ʕ•ᴥ•ʔ ♡ ล่าแสงเหนือ Norway : Day 2 Henningsvær สนามบอลวิวสวยที่สุดในโลก และ ชมแสงเหนือ (Aurora) ครั้งแรกในชีวิต

 



Day 2 Henningsvær & Aurora

13 มีนาคม 2026


แพลนวันนี้คือ 

- Henningsvær

- Eggum

- Haukland Beach

- Uttakleiv Beach

- Ballstad


พวกนี้เป็นจุดท่องเที่ยวที่อยู่ทางเหนือของเกาะ และ อยู่บริเวณใกล้ๆ Leknes


เช้าวันนี้ เริ่มต้นด้วยโจ๊กร้อนๆ 



หลังกินเสร็จ ฝนยังตกปรอยๆ

เราก็ขับรถไปแถวท่าเรือใกล้ๆ

เดินไปชมวิวอ่าว 






ใกล้ๆ ที่พักมีซุปเปอร์มาร์เก็ตชื่อ Bunnpris

แต่ตอนเช้าที่เราไป มันยังไม่เปิด



หลังจากนั้นก็ขับรถกลับที่พัก

จัดการธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย


แล้วออกเดินทางสู่ Henningsvær ซึ่งเป็นที่ตั้งของสนามฟุตบอล ที่ว่ากันว่าวิวสวยที่สุดในโลก

อยู่ห่างจากที่พักเราไปประมาณ 70 กิโลเมตร


เลือกเส้นทางอ้อมนิดนึง ไปทาง Sundsveien เพราะอยากชมวิว 



วิวสวยมาก ท้องฟ้าครึ้มๆ ก็ยังสวย

สองข้างทางจะมีไม้สีแดงๆ ปักไว้ข้างทาง เป็นจุดมาร์คว่า ห้ามขับเลย ไม่งั้นตกถนน

ยิ่งถ้าช่วงหิมะปกคลุมถนน ขับเลยไม้หลัก นี่จบเลย 




แต่ลมแรงชิบหาย เดินที ตัวแทบปลิว

ไม่กล้าเดินใกล้ขอบถนนเลย กลัวตก










พอถึงตัวเมือง Leknes เราเลือกเส้น 815  แทน E10

เพราะว่าเดี๋ยวขากลับก็มาเส้นนี้อยู่ดี ไปเส้นอื่น จะได้ชมวิวที่หลากหลาย



ซึ่งวิวริมทะเลก็สวยจริงๆ แหละ

แต่ถนนจะแคบ และขรุขระหน่อย




แล้วเป็นลูกช่างแวะมาก ตรงไหนมีช่องให้จอด แวะจอดทุกจุด


มีป้ายแจ้งเตือนจุดชมวิว เป็นระยะๆ

แต่วิธีการปักป้ายเค้า จะงงมาก

คือบอกว่า อีก 800 เมตร จะถึงจุดชมวิว แล้วจบเลย

พอไปถึงจุดชมวิว ไม่มีบอกว่า ตรงนี้แหละ คือจุดชมวิวที่ว่า

ให้เราเดาเอาเอง 5555

ถ้าเป็นที่ไทยนะ แม่งปักป้าย ทุกๆ 100 เมตร 


Ner. Storfjordvatnet 

หลังป้ายรถบัส Steine kryss



สุสานแถว Skifjorden

ตรงแถวแยกที่จะไป Stamsund กับ Valberg







จุดชมวิวแถว Valberg





Lofoten Fjordcamp





สะพาน Gimsoystraumen



หลังจากข้ามสะพานมา จะเจอจุดจอดรถ และอาคารสีแดงๆ
ในอาคารนี้ มีห้องน้ำ สามารถเข้าได้ฟรี สะอาด และกว้างขวาง





จากนั้นก็ขับต่อไปบนถนน E10






เลี้ยวเข้าเส้น 816 (แยกไป Henningsvær ) มานิดนึงจะเจอจุดชมวิว

Rørvikstranda






ตรงนี้มีห้องน้ำ แบบเสียเงิน แต่เราไม่ได้เข้านะ



ใกล้ Steinøya Utsiktspunkt




สะพานก่อนถึง Henningsvær 

เนื่องจากสะพานแคบ เลยต้องมีการสลับกันขึ้น

จะมีไฟเขียวไฟแดงในการปล่อยรถขึ้นสะพาน

ถ้าเจอไฟแดง ก็ต้องจอดรอ


Henningsvær ค่อนข้างกว้าง

ตรงโซนด้านหน้า จะเป็นที่จอดรถแบบเสียเงิน




เราตั้งใจจะแวะกินข้าวที่ร้าน Fiskekrogen ก่อน

เลยไปจอดรถแถวใกล้ๆ

แต่พอจอดปุ๊บ ดูป้าย P มันไม่ใช่ของ EasyPark อ่ะ

เป็นของ YouPark ซึ่งเราใช้งานไม่เป็น ไม่มีข้อมูล

ส่วนที่จอดรถของ EasyPark ตามแอพจริงๆ มันอยู่ติดกัน ไม่มีที่กั้นด้วย แต่มันเต็ม

ก็งงอยู่พักใหญ่ๆ


สุดท้ายก็ขับรถออกไป 

หลังจากนั้นก็วนไปวนมาสักพัก

เลยตัดสินใจ ขับเลยเข้าไปด้านในอีก จะมีที่จอดอีกแห่ง เป็นของ EasyPark และมีที่ว่างพอดี

แล้วเดินลงมาประมาณ 300 เมตร



ร้าน Fiskekrogen  อยู่ริมน้ำเลย

เดินเข้าร้านมา พนักงานจะพามาที่โต๊ะ 







เห็นเมนูแล้ว ไมเกรนขึ้น 

นี่จะเป็นครั้งแรกที่เราได้สั่งอาหารราคาแพงขนาดนี้

สั่ง Fish soup, Fish and Chip, Tar Tar (Salmon) มา





ราคาแพงจริง แต่อาหารเค้าให้เยอะนะ รสชาติอร่อยด้วย 


ระหว่างนั้น เราลองมั่วๆ เข้าไปที่เว็บไซต์ ของ YouPark ดู

แล้วกรอกเลขทะเบียนรถเข้าไป (มันไม่มีให้ลงทะเบียนอะไรเลย)

สรุปว่า เราต้องเสียค่าจอดด้วยค่าาาาาา


เค้าให้จอดฟรีได้ 5 นาที แต่เราจอดเกินมา ไม่กี่วิ

โดนไป 45 NOK แบบงงๆ 

จ่ายด้วยบัตรเครดิต กรอกในเว็บนั่นแหละ

แล้วมันจะส่งใบเสร็จเข้าเมล์มา

สรุปมาที่ Henningsvær โดนค่าจอดไปสองรอบ นี่มันปล้นกันชัดๆ 😡


กินเสร็จ คิดเงิน ลมแทบจับ 55555

หมดไป 685 NOK = 2,000+ บาท

อ๊าาาาาาาก 


จากนั้นก็เดินกลับไปที่รถ จ่ายค่าจอดของ EasyPark ไป 42 NOK 

แล้วก็ขับรถไปที่สนามบอล

ซึ่งที่นั่น จอดได้ฟรี ไม่เสียตังค์




จอดรถที่สนามบอลเรียบร้อย

ฟ้าเปิดพอดี 

ที่สนามบอลนี้ วิวสวยมาก แต่ควรมีโดรน เพราะมันต้องมองจากมุมสูง ถึงจะเห็นความงามชัดๆ

ส่วนเราไม่มี ได้แต่ถ่ายรูปมุมข้างล่างไป




เดินไปตรงโขดหินด้านหลังสนามบอล

เห็นเค้าปีนกัน ก็ปีนบ้าง



ปีนไปจนถึงราวตากปลาด้านบน ด้วยความทุลักทุเล

ได้มุมสูงๆ มาหน่อยนึง

วิวทะเล สวยยยยยยยย





แล้วก็เดินจากราวตากปลาต่อไป 

จนพบว่า มันมีทางขึ้นง่ายๆ จากตรงที่จอดรถ ไม่ต้องปีนโขดหินขึ้นมาก็ได้ 5555





แวะถ่ายปลาตากแห้งนิดนึง เพราะถือเป็นซิกเนเจอร์ของที่นี่

กลิ่นปลาแรงมากกกกกกกกกกก

แล้วสงสัยว่า เมื่อเช้าฝนมันตกไม่ใช่หรอ ปลามันจะแห้งมั้ยยยยยยย




จากนั้นก็เดินไปถ่ายรูปตรงท่าเรือ

นกนางนวลเยอะดี นึกว่าอยู่บางปู




กว่าจะออกจาก Henningsvær  ได้ ก็ประมาณ 4 โมงเย็นแล้ว

เราเลยตัด Eggum ออก มุ่งสู่ Haukland Beach ไปเลย


ระหว่างทางจะมี Artscape Nordland เป็นกระจกบานใหญหันหน้าไปทางทะเล ทำให้มองเห็นวิวมุมกว้างได้

เป็นอีกจุดแลนด์มาร์คที่คนนิยมไป

แต่คนเยอะ ไม่มีที่จอด เราเลยตัดทิ้ง ไม่แวะ


ขากลับแวะถ่ายรูปใต้สะพาน Gimsøystraumen อีกรอบ

แต่คราวนี้เป็นอีกฝั่ง




ขากลับใช้ถนนเส้น E10

ถนนดีกว่าขามาจริงๆ กว้างกว่า และสภาพดีกว่า

วิวก็สวยเช่นกัน






ระหว่างทางแวะถ่ายรูปที่ จุดชมวิว Torvdalshalsen Viewpoint




บนนี้มีห้องน้ำฟรี






จากนั้นก็ขับต่อไปบนถนน E10
ระหว่างทาง เราจะเห็นก้อนขาวๆ ใหญ่ วางตามบ้าน
มันคือวิธีการเก็บหญ้าสำหรับสัตว์เลี้ยงของคนที่นี่


ทางเข้า Haukland Beach คือถนนน่ากลัวนะ แคบ แล้วอยู่บนเขา 

จำได้ว่าตอนสตรีทวิว ไม่ใช่เส้นนี้ 55555 แต่ Navigator พามาอีกเส้น มิน่า ทางไม่คุ้นเคย






มาถึง Haukland Beach แล้ว

ที่จอดรถของที่นี่เป็นของ EasyPark จอดฟรี 20 นาที

เราเลยตั้งนาฬิกาไว้ 20 นาที 55555



หาดทรายละเอียด กว้างขวาง

ใกล้ๆ มีคาเฟ่ แต่เราไปตอนเย็นเกินไป คาเฟ่ปิดไปแล้ว






หลังจากนั้นก็ขับรถมุดอุโมงค์ต่อไปยัง Uttakleiv Beach 

ซึ่งที่จอดรถของหาดนี้ ค่อนข้างมีปัญหา

หลายคนโดนค่าที่จอดรถย้อนหลังกันเยอะมาก (อ่านจากรีวิวใน Google map มา)


คือ ปากทางเข้า ตั้งแต่เลี้ยวเข้ามา มันมีกล้องตั้งอยู่

แล้วขับเข้าไป ถึงจะเจอ Ticket Office ซึ่งเป็นจุดชำระค่าจอด

เราไม่ต้องทำอะไร ขับเข้าไปจอดได้เลย ตอนออกมาค่อยมาจ่ายตังค์ที่เครื่อง



จุดประสงค์ ของการมาหาดนี้คือ ตามหา Dragon's Eye

ซึ่งก็ไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหนเหมือนกัน


เดินมั่วๆ ลงไปก่อน



ลูกเจี๊ยบ?


มีช่างภาพอยู่กันเยอะมากกกก




และเหมือนเค้าจะรู้ว่าเราหาอะไรอยู่ ก็ชี้ๆ ไป

ในที่สุดก็เจอ 

อืมมมมม ก็เหมือนดวงตาอยู่นะ เป็นหินกลมๆ อยู่ในหลุมอีกที เลยดูเหมือนลูกตา


แต่เราสนใจ หินที่อยู่กลางทะเล ถัดไปจาก Dragon's Eye มากกว่า

นั่นมัน หินบลูด๊อก ทำไมไม่มีคนสนใจอ่าาาาาาา



อยู่ที่นี่จนฟ้าเริ่มมืด

ก็ขับรถไปที่ Ticket Office เพื่อชำระเงิน



ข้างในมีตู้ชำระเงินอยู่



แต่แอบเห็นป้ายบอกว่า เราสามารถจ่ายค่าจอดผ่าน YouPark ได้ใน 48 ชม.



เราเลยเลือกที่จะขับออกไปเลย แล้วค่อยจ่ายผ่านเว็บเอา

เพราะเครื่องนี้ค่อนข้างมีปัญหา รีวิวไม่ดี บางคนจ่ายแล้ว ดันมีบิลเรียกเก็บย้อนหลังอีก


ขากลับ เราขับมาอีกเส้นนึง

ถนนค่อนข้างมืด และไม่มีไฟถนนนะ

ขับไปลุ้นไป





ในที่สุดก็ได้ถึงตัวเมือง

ตอนนี้มืดแล้ว เราเลยตัด Ballstad ทิ้งไป โบสถ์แดงก็ไม่ได้ไป แวะระหว่างทางมากไปหน่อย 😂


จากนั้นก็ขับตรงไปที่ Bunnprise ใกล้ที่พักเราเลย

แวะซื้อของไปทำกินตอนเย็น


ที่นี่ เราได้ลองใช้งานเครื่องคืนขวดด้วย



ได้คืนมา 4 NOK ถ้วน
แต่ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าใช้งานได้ที่ร้านที่คืนเท่านั้น เลยเก็บไว้ 
(ตอนหลัง ลองเอาไปใช้ที่สาขาอื่นแล้วมันใช้ไม่ได้)



กลับมาถึงที่พัก ก็ทำอะไรกิน


ใครชอบกินโค้ก แนะนำซื้อขวดลิตรไปเลย ราคาแพงกว่ากันนิดเดียว

ถ้ามี Cola ของ Coop ก็สอยมาได้เลย ถูกสุด รสชาติไม่ต่างกัน



สตอร์เบอรี่ลูกเท่าไข่



หลังจากกินเสร็จ อาบน้ำเรียบร้อย

ออกมาดูท้องฟ้า หน้าห้อง

เมฆครึ้มมาก กรี๊ดดดดดด 😢



แต่ไม่ตัดใจ

ตั้งเวลาปลุกทุกชม. เหมือนเดิม

แวะมาถ่ายทุกชม. บางครั้งฟ้าก็เปิด บางครั้งก็มีเมฆ





จนกระทั่ง ตี 1

เดินออกมา แล้วเห็นสีเขียวเป็นเส้นๆ แว๊บๆ แต่มันอยู่ไกล


ขออภัย ภาพเบลอมาก ตื่นเต้นจัด


เรียกเพื่อนออกมาดู ซึ่งสรุปว่า ใช่แสงเหนือแน่นอน แต่มันอยู่ไกลอ่ะ

แล้วไม่อยากขับรถไป


เพื่อนเลยกลับไปนอนต่อ 

ส่วนเรา วิ่งเข้าวิ่งออก ที่พัก


จนกระทั่ง ตี 2 กว่าๆ

ถึงจะมีเมฆบ้าง

แต่เรามองเห็นท้องฟ้าเป็นสีเขียวนะ ด้วยตาเปล่าเลย มันต้องมีอะไรแน่ๆ


มันมาแล้ววววววววววววววววววววววววววววววววววววว

ตอนแรกมาแบบฟุ้งๆ 




สักพักเริ่มเห็นเป็นเส้น

และแอพ Aurora ก็เด้งมาเตือน ซึ่งเราไม่ได้สนใจแอพ เพราะชั้นเห็นแล้วววว ชั้นไม่พึ่งแกแล้วววววว

โทรหาเพื่อน แม่งหลับ ไม่ยอมรับสาย เลยต้องเข้าไปปลุก 😒





ถ่ายแสงเหนือครั้งแรก ก็จะตะกุกตะกักหน่อย 

งงๆ เบลอๆ

สามารถถ่ายด้วยกล้องมือถือได้เลย ใช้โหมด Auto หรือไม่ก็ Night Mode 

ยิ่งกล้องรุ่นใหม่ๆ หรือพวก IPhone แทบไม่ต้องตั้งค่าอะไร

เหมือน Iphone จะถ่ายวีดีโอได้เลยด้วย


แต่ถ้าอยากได้เป็นเส้นๆ สวยๆ ก็ใช้ Mode Pro

การตั้งค่า

  • ISO: 1600-6400
  • Shutter: Speed 8-15 วิ
  • White Balance: 3500-4500
  • Focus: Manual → ∞ (Infinity)

อย่าลืมตั้งเป็น Raw file เอาไว้แต่งทีหลัง

ค่าด้านบน คือ คร่าวๆ ปรับไปปรับมา จนได้ภาพที่ต้องการได้เลย

ซึ่งที่นี่เราใช้ ISO1600 S10 W3500 เป็นหลัก 

พอเปลี่ยนไปถ่ายที่อื่น ก็ต้องตั้งค่าใหม่


แต่ที่สำคัญ คือควรมีขาตั้งกล้อง พร้อมรีโมทไปด้วย ขอแบบแข็งแรงหน่อย เพราะลมแรงมาก


เนื่องด้วยปกติ ตาเราจะมองเห็นแสงเหนือเป็นสีขาว หรือไม่ก็เขียวแบบจางๆ คล้ายๆ รูปข้างล่างนี้

ทำให้ภารกิจ ตอนนี้คือ ต้องแยกให้ออกว่า อันไหนแสงเหนือ อันไหนเมฆ

วิธีง่ายที่สุดคือ ลองเอากล้องถ่ายดู


แต่มองไปสักพัก ฟ้ามันเปิด ทุกเส้นขาวๆ ที่ออกมา คือแสงเหนือหมดเลย




แล้วยิ่งดึก แสงยิ่งชัด เพื่อนบอกว่า KP6

ตอนนี้ไม่ใช่สีเขียวแล้ว

มันมีสีม่วง สีชมพูมาด้วย

สวยมากกกกกกกกกกกกก








อยากถ่ายวีดีโอ แต่ทำไม่เป็นโว้ยยยยยยยยยยยยย

ถ่ายมาเป็นสีดำๆ หมดเลย 


ยืนแหงนคอดูแสงเหนืออยู่ที่ระเบียงหน้าห้อง หนาวมากกกกก แล้วถุงมือก็ไม่พกมา

แต่ก็ยืนดูยังตี 4 (เพื่อนหนีไปนอนแล้ว)




ขนาดตี 4 ฟ้าเริ่มสว่าง ท้องฟ้าเริ่มมีสีฟ้า ยังเห็นแสงเหนืออยู่เลย 

แล้วสีสวย หวานมากกกกกกกกกกกก




ปิดจ๊อบ ฝันดี นอนตี 4 เหมือนเดิม 💕💕💕💕💕


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ʕ•ᴥ•ʔ ♡ ยืนงงในดงจีน ปี 2 : ประสบการณ์การซื้อยา Diamox ที่โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน

ʕ•ᴥ•ʔ ♡ ยืนงงในดงจีน ปี 3 : Day 3 25th Harbin Ice and Snow World 冰雪大世界

ʕ•ᴥ•ʔ ♡ ยืนงงในดงจีน ปี 2 : Day 6 ภูเขาหิมะสือข่า [Shika Snow Mountain 石卡雪山] & วัดซงจ้านหลิน [Songzanlin Monastery 颂赞林寺]