ʕ•ᴥ•ʔ ♡ ประสบการณ์ ยื่นขอวีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) ท่องเที่ยวที่นอร์เวย์ ครั้งแรก ด้วยตัวเอง


    

ยื่นวีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) 

ท่องเที่ยวที่นอร์เวย์ 

ครั้งแรก ด้วยตัวเอง




เนื่องจากปีนี้ เรามีแพลนจะไปนอร์เวย์ช่วงกลางเดือนมีนาคม

ซึ่งจำเป็นต้องยื่นขอวีซ่าเชงเก้น


จากแพลนของเรา 

จะเดินทางถึงนอร์เวย์ วันที่ 12 มีนาคม 2569

จริงๆ ตั้งใจจะยื่นตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 2568 แล้ว 

แต่เพื่อนเพิ่งจะย้ายงาน ยังไม่ผ่านโปร เลยต้องรอ


การยื่นขอวีซ่าเชงเก้น นอร์เวย์ สามารถทำได้ล่วงหน้า ไม่เกิน 180 วัน 

แต่ควรขอก่อนล่วงหน้าไม่ต่ำกว่า 30 วัน

เนื่องจากการพิจารณาออกวีซ่า อาจจะใช้เวลานานตั้งแต่ 3 - 45 วัน


สำหรับขั้นตอนการยื่นขอวีซ่าเชงเก้นนอร์เวย์ ทำได้ดังนี้

1. กรอกแบบฟอร์ม UDI

2. นัดหมาย VFS

3. เตรียมเอกสาร

4. ยื่นเอกสาร

5. รับเอกสารคืน


1. กรอกแบบฟอร์มออนไลน์ UDI

UDI เป็นเว็บไซต์สำหรับการกรอกข้อมูลที่ใช้สำหรับยื่นวีซ่า

ซึ่งเราจะต้องทำการกรอกข้อมูลในเว็บนี้ แล้วดาวน์โหลดเอกสารที่กรอกแล้ว ไปยื่นขอวีซ่า


  • เข้าเว็บไซต์ https://www.udi.no/en/ จากนั้นก็ไปที่เมนู  Log in 



  • ให้เลือก Login using my email, 
  • หากยังไม่เคยลงทะเบียน ให้กดที่ Create account




1.1 การสมัครเว็บไซต์ UDI 

สำหรับคนที่เคยลงทะเบียนไว้แล้ว ข้ามหัวข้อนี้ไปได้เลย


  • กรอก email แล้วกด Send confirmation code



  • ระบบจะส่ง Confirmation code มาที่ email 
  • ให้กรอกข้อมูลไปที่ ช่อง Confirmation code แล้วกด Verify code


  • จากนั้นระบบจะให้ ตั้ง Password ระบุชื่อ-นามสกุล แล้วกดปุ่ม Create user account


  • เมื่อเสร็จแล้ว จะเข้าสู่ My Page


1.2 การกรอกแบบฟอร์ม 

หลังลงทะเบียนสำเร็จ หรือ Log in เรียบร้อย จะเข้ามาที่หน้า My page

    • My applications คือเมนูสำหรับดูหรือแก้ไขแบบฟอร์มที่เคยกรอกไว้
    • New application คือเมนูสำหรับกรอกใบสมัครใหม่


  • กด New application

  • หน้าถัดไป กดที่ Want to apply


หน้า Want to apply

  • กรอก Thailand ลงในช่อง The applicant is a citizen of
  • จากนั้นกด Choose (หรือบางทีระบบกดให้เอง)


  • เลื่อนลงมาล่างๆ ให้กดไปที่ Visits and Holidays



หน้า Visits and holidays

    • เลือก Visitor visas for Norway สำหรับกรอกใบสมัครคนเดียว
    • เลือก Visitor visas for groups สำหรับกรอกวีซ่าเป็นกลุ่ม

โดยสำหรับคนที่ไปกันหลายคน และเป็นประเภทเดียวกัน สามารถเลือกแบบ Group ได้เลย
จะมีข้อมูลส่วนนึงที่แชร์กัน ใช้ข้อมูลของคนๆ เดียวได้เลย
แล้วระบบจะให้กรอกข้อมูลแยกเป็นรายคน 
ซึ่งเราสามารถเพิ่มลบและแก้ไขผู้สมัครในกลุ่มได้จนกว่าจะ Submit
เวลาจ่ายเงินก็จ่ายทีเดียว

ซึ่งเราไปกับเพื่อน 2 คน ก็จะเลือกเมนู Visitor visas for groups นี้




1.3 การกรอกใบสมัคร Application for visitor's visa for groups


เมื่อกดเมนูเรียบร้อย จะเข้าสู่หน้าสำหรับกรอกใบสมัคร


หน้า Introduction

  • หน้าแรกจะเป็นคำแนะนำ
  • เมื่ออ่านทำความเข้าใจแล้ว ก็กดปุ่ม Next page




หน้า Right and duties

  • เลื่อนไปบรรทัดล่างได้เลย
  • ติ๊กถูกที่ I have read and familiarised myself with the information on this page.
  • แล้วกด Next page



หน้า Who is answering

เป็นเหมือนหน้ากรอกข้อมูลสำหรับคนกรอกเอกสารหลัก (หัวหน้าทริปนั่นเอง)
ก็จะถามข้อมูลทั่วๆ ไปก่อน ข้อมูลนี้ เลือกคนในกลุ่มมาคนนึงได้เลย

  • กรอก ชื่อ นามสกุล เบอร์โทร (เป็นรูปแบบ +66)


  • หัวข้อ Do you live in Norway now?
ตอนนี้เราอยู่ที่ประเทศไทย ก็ให้เลือก No ไป ระบบจะให้ใส่ที่อยู่ปัจจุบัน

สำหรับข้อมูลที่อยู่ ระบบจะไม่อนุญาตให้ใส่ Special Character เช่น /

บางข้อมูลในที่อยู่ เราแปลเอง มันอาจจะไม่ตรงกับในระบบทะเบียนของไทย ก็ไม่ต้องกังวล 
เช่น ตำบล บางที่ใช้ Tambon, Sub-district, SubDistrict
หรือ บึงคำพร้อย บางที่ใช้ Buengkamproy, BuengKamproi
หรือ ปทุมธานี บางที่ใช้ Pathumthani, Pathum Thani
หรือ ถ้ามันยาวไป ระบบไม่รองรับ ก็ตัดเอาคำที่ไม่จำเป็นออกไปเลย พวก Tambon, District, Province ลบทิ้งไปได้เลย

ของเราพิมพ์ชื่อตำบล กับจังหวัด ต่างจากในสำเนาทะเบียนบ้านที่อำเภอแปลให้ ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร



แต่เราสามารถใช้เป็น - แทนได้
จากนั้นกดปุ่ม Next page




** กรณี Session หมดอายุ 

บางครั้ง ถ้าทิ้งหน้าเว็บไว้นานๆ 
จะทำให้เกิด Session Timeout 
และระบบจะบอกว่าเรา Log out แล้ว 

แต่ไม่ต้องกังวล! ระบบมันจำทำครั้งที่เราแก้ข้อมูลอยู่แล้ว
ให้ Log in ใหม่ 
มันจะเข้ามาหน้า My page (ดูรูปด้านบน) แล้วคลิกเลือก My applications 
หรือบางทีก็เข้ามาที่หน้า My applications ให้เลย
จากนั้นก็กด Go to application


จากนั้นก็กดที่ Next page ไปเรือยๆ หรือ กดที่แถบด้านบนตรงหัวข้อที่เราทำค้างไว้



มาต่อๆ

หน้า Meeting Point


  • หัวข้อ Which country are you applying from? เลือก Thailand 



  • แล้วติ๊กถูกที่ Royal Norwegian Embassy, Bangkok
  • จากนั้นกด Next page



หน้า Travel plan

  • หัวข้อ The group's name
    • ใส่ชื่ออะไรก็ได้ เราใส่เป็นชื่อตัวเอง (ถือเป็นหัวหน้ากรุ๊ปไปในตัว)
  • หัวข้อ The countries you will visit
    • เลือกประเทศที่จะไป สามารถเลือกได้หลายประเทศ 
          แต่การขอเชงเก้นต้องขอให้ถูกต้องตามหลักนะ พอดีเราไปประเทศเดียว ก็ยื่นวีซ่านอร์เวย์ไปได้เลย ไม่ต้องคิดมาก
  • หัวข้อ Main purpose(s) of trips
    • ติ๊กจุดประสงค์การเดินทาง เราเลือก Tourism อย่างเดียว



  • หัวข้อ Number of entries requested
    • ใส่จำนวนครั้งที่เราจะเข้าออกเชงเก้น ครั้งเดียวใส่ 1
  • หัวข้อ When is your planned stay in the Schengen area? 
    • ใส่วันแรกที่เข้าประเทศกลุ่มเชงเก้น และวันสุดท้ายที่อยู่ในประเทศกลุ่มเชงเก้น (ไม่นับประเทศอื่นนอกกลุ่ม หรือวันกลับถึงไทย)
  • กดปุ่ม Next page



หน้า Applications

หน้านี้เราจะสามารถกรอกแบบฟอร์มของผู้สมัครทุกคนในกลุ่มได้
จะแก้ไขหรือดูก็กดที่หัวข้อนี้ได้เลย

  • กดปุ่ม + Add Applicant



จะเข้าสู่หน้า Visitor's visa application ของแต่ละคน 


หน้า About you


  • หัวข้อ What is your name? 
    • ใส่ชื่อ นามสกุล ตามที่ปรากฎบน Passport
  • หัวข้อ What was your last name at birth (OPTIONAL)? 
    • ใส่ชื่อเดิม กรณีมีการเปลี่ยนชื่อ ถ้าไม่เคยเปลี่ยนก็ไม่ต้องใส่ เว้นว่างไว
  • หัวข้อ What is your gender? 
    • เลือกเพศ
  • หัวข้อ When were you born? 
    • ระบุวันเกิด



  • หัวข้อ Which country were you born in? 
    • ระบุ ประเทศที่เกิด
  • หัวข้อ Which town or place were you born in? 
    • ระบุเมืองเกิด (จังหวัดที่เกิด)
  • หัวข้อ What is your national ID number (OPTIONAL)? 
    • ใส่เลขบัตรประชาชน จะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ เราใส่ เพื่อนไม่ใส่ ก็ผ่าน
  • กด Next page

หน้า Citizenship


  • หัวข้อ Which country are you a citizen of? 
    • ระบุว่าเราเป็นพลเมืองประเทศไหน ใส่ Thailand
  • หัวข้อ Do you have more than one citizenship? 
    • ระบุว่าเราเป็นพลเมืองมากกว่า 1 ที่หรือเปล่า ถ้ากด Yes ระบบจะให้ระบุเพิ่ม 
  • หัวข้อ Which country were you a citizen of when you were born? 
    • ระบุชื่อประเทศที่เราได้เป็นพลเมืองมาตอนเกิด
  • หัวข้อ Are you currently living in a country which you are not a citizen of? 
    • ระบุว่าปัจจุบันเราอาศัยอยู่ในประเทศที่ไม่ได้เป็นพลเมืองหรือไม่ คือ ประมาณว่า ถ้าเราเป็นเกาหลี แต่ยื่นวีซ่าที่ไทย ก็ใส่เป็น Yes แต่คนไทย ยื่นวีซ่าที่ไทย ก็ตอบ No ไป
  • จากนั้นกด Next page


หน้า Contact and address

  • ระบุ เบอร์โทร (มี +66)
  • ระบุ e-mail
  • หัวข้อ What is your current address abroad? 
    • ระบุที่อยู่ปัจจุบันของเรานั่นแหละ เราใช้ที่อยู่ปัจจุบัน ไม่ได้เอาที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน
ไม่ต้องงง กับคำว่า abroad 
ระบุที่อยู่ปัจจุบันไป
ถ้าไม่ใส่ข้อมูลนี้ พอไปถึงหน้า Summary จะกลายเป็นช่องแดงๆ บังคับให้เรากรอกอยู่ดี




หน้า Passport and ID


  • หัวข้อ Have you previously provided fingerprints when applying for a Schengen visa? 
    • ระบุว่าเราเคยได้วีซ่าเชงเก้นมาก่อนรึเปล่า ถ้าเคยกด Yes แล้วจะมีให้ระบุวันที่ได้ fingerprints และ visa sticker number
  • หัวข้อ Which type of ID document are you applying with? 
    • ใส่ประเภทของ Passport ซึ่งโดยทั่วไปจะเป็น Ordinary passport
  • หัวข้อ What is the number of your ID document? 
    • ระบุหมายเลข Passport ปัจจุบัน
  • หัวข้อ When is your ID document valid from and when does it expire? 
    • ระบุวันที่ออก Passport และ วันหมดอายุ
  • กด Next page



  • ในหัวข้อ Have you previously provided fingerprints when applying for a Schengen visa? 
    • ถ้าเราเลือก Yes จะมีให้ระบุวันที่ได้ fingerprints และ visa sticker number



หน้า Marital status and family


  • ช่อง What is your current marital status? 
    • ระบุสถานภาพ




หน้า Occupation

  • หัวข้อ Do you work? 
    • ระบุว่ากำลังทำงานอยู่หรือเปล่า ถ้ากด Yes จะมีช่องให้กรอกข้อมูลเกี่ยวกับงาน
  • หัวข้อ Description of your work
    • ระบุประเภทหรือลักษณะงาน
  • หัวข้อ What is the name of the company where you work? 
    • ระบุชื่อบริษัท
  • หัวข้อ What is the phone number of the company where you work? 
    • ระบุเบอร์ไทรของบริษัท (มี +66)
  • หัวข้อ What is the address of the company where you work? 
    • ระบุที่อยู่ของบริษัท (ใส่ - แทน / ได้)
  • กด Next page



หน้า Travel expenses

  • หัวข้อ Who is paying for your trip? 
    • ระบุว่าใครเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในทริปนี้



ถ้าออกค่าใช้จ่ายเอง ก็เลือก I'm paying for the trip myself 
ระบบจะให้ระบุว่าเราจ่ายเงินยังไงบ้าง



ถ้าเลือก Sponsor pays จะมีแยกย่อย ว่าเป็นบุคคล หรือ บริษัท
แล้วกรอกรายละเอียดเพิ่ม



หน้า Invitation


  • หัวข้อ Has someone invited you to the Schengen area? 
    • ระบุว่ามีคนเชิญเราหรือเปล่า



  • เลือก No
  • ระบบจะให้กรอกรายละเอียด ประเทศที่อยู่นานสุด, ชื่อ ที่อยู่ e-mail และเบอร์โทรของ ที่พักที่เราพักในประเทศนั้นๆ 
  • กด Next page



หน้า Summary


จะเป็นการสรุปข้อมูลต่างๆ ที่เรากรอกมาทั้งหมด




เช็คข้อมูลให้เรียบร้อย ถ้าต้องการแก้ไขก็กด ที่รูปดินสอ Change answer
หลังจากแก้เสร็จแล้ว ก็กดมาที่หน้า Summary (แถบเขียว)ได้เลย ไม่ต้องกดปุ่ม Next page ก็ได้
อย่าลืมตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดอีกครั้งหลังแก้เสร็จเรียบร้อย

เลื่อนมาจนถึงบรรทัดสุดท้าย
แล้วกดปุ่ม Complete for this person


กดเสร็จ มันจะกลับไปหน้าแรก ของ Application for visitor's visa for groups อีกครั้ง




ให้เราคลิกเลือกเมนู Applicants ไปได้เลย

ในหน้านี้ เราสามารถ 
  • กด ชื่อผู้สมัคร เพื่อเข้าไปดูหรือแก้ไขข้อมูล
  • กด Remove applicant เพื่อลบผู้สมัครคนนี้
  • กด Add Applicant เพื่อเพิ่มผู้สมัครคนอื่น



หลังจากกรอกผู้สมัครครบทุกคนแล้ว ก็กดปุ่ม Next page ได้


หน้า Documents

  • กด Next page


หน้า Summary


จะแสดงรายละเอียดของผู้สมัครทุกคน
เมื่อตรวจสอบเรียบร้อย ให้เลื่อนมาล่างสุด

  • ติ๊กที่ Confirm
  • กดปุ่ม Submit





ระบบจะสรุปยอดที่ต้องจ่าย 
และชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าไป

ค่าธรรมเนียมวีซ่า 90 EURO ต่อคน หรือประมาณ 3,500 บาท


หลังจากชำระเงินแล้ว ให้เก็บหลักฐานการชำระเงินได้ดีๆ
ระบบจะเข้าไปยังหน้า Receipt

ซึ่งใช้เวลาสักพัก ถึงจะสามารถดาวน์โหลดใบเสร็จได้
ของเราใช้เวลาประมาณ 1 วันเต็ม 
นั่นคือ ดาวน์โหลดใบเสร็จได้ในวันถัดไป (จริงๆ เมล์ไปถาม UDI ด้วยแหละว่าทำไมออกช้า)

กรณียังไม่ได้ Submit 
เวลา Log in เข้ามา ก็ยังสามารถกดเลือก My applications เพื่อเข้ามาทำการแก้ไขได้

แต่หลังจาก Submit แล้ว 
ใบสมัครจะไปอยู่ในช่อง Submitted applications ไม่สามารถแก้ไขได้แล้ว
ไม่จำเป็นต้องกด Upload document




ถ้ากด Go to application 
จะเข้าไปหน้า Receipt 




1.3 ดาวน์โหลดเอกสารจาก UDI


ในหน้า Receipt เราสามารถกดดาวน์โหลดเอกสารต่างๆ ได้ดังนี้
  • เมนู The documents you have to submit สำหรับดาวน์โหลด Check list ของ UDI
  • เมนู Download all Schengen PDFs สำหรับดาวน์โหลดใบสมัครของทุกคน
  • เมนู Confirmation of payment สำหรับดาวน์โหลดใบเสร็จค่าธรรมเนียมวีซ่า

จำเป็นต้องกดทุกเมนู เพื่อดาวน์โหลดเอกสารสำหรับยื่นวีซ่า


1.3.1 The documents you have to submit 

  • จะเข้าหน้า Checklist
  • ช่อง Which country are you applying from? 
    • ให้กรอกประเทศ Thailand


  • จากนั้นคลิกที่ลิงค์แรก ที่ระบบเจนมา (Bangkok)



  • จะเข้าสู่หน้า Gather the necessary documentation
  • เลือก Checklist - Visitor Visa




  • จะมีเอกสาร Checklist เป็น WORD (.docx) ขึ้นมาให้ดาวน์โหลด




1.3.2 Download all Schengen PDFs

  • กดแล้วจะดาวน์โหลดเอกสารของผู้สมัครแต่ละคนเป็น Zip ไฟล์ให้ เพราะเรายื่นแบบ Group

1.3.3 Confirmation of payment

  • กดแล้วจะดาวน์โหลดหลักฐานการจ่ายเงินให้



สำหรับการยื่นเป็น Group
จะได้เลข Reference number ของกลุ่ม และ มีเลข Reference number ของแต่ละคนด้วย
เช่น 
Group: ubkk-VIS-20260112172840-A12345
Applicant#1: ubkk-VIS-20260112172840-A12345G1
Applicant#2: ubkk-VIS-20260112172840-A12345G2

เวลามีข้อสงสัยเกี่ยวกับแบบฟอร์ม สามารถอ้างอิงเลขเหล่านี้ได้



จบในส่วนของการสมัครยื่นวีซ่า



2. ยื่นนัด VFS


เนื่องจากการยื่นขอวีซ่าเชงเก้น นอร์เวย์ เราจะทำผ่าน VFS

โดยสถานที่รับยื่นจะตั้งอยู่ที่
ชั้น 1 The Shoppes at Belle Grand Rama 9 แถว Central พระราม 9

ซึ่งจริงๆ ขั้นตอนนี้ เราสามารถทำก่อนขั้นตอนที่ 1 (กรอกแบบฟอร์ม UDI) ได้เลย
เนื่องจากระบบไม่ได้ขอ Reference number จาก UDI 

และการยื่นนัด ต้องดูคิวว่าของ VFS ด้วย ว่ามีคิวว่างวันไหนบ้าง
บางทีอาจจะช้าเกินไป ถ้ามัวแต่รอกรอกแบบฟอร์มหรือเอกสารจริง

อย่างเคสของเราตอนแรก เช็คช่วง ต้นมกรา
มีคิวว่างเร็วสุด ไปอยู่เดือนกุมภานู่น 
แล้วต้องเดินทางกลางเดือนมีนาคม

แต่โชคดีไปเช็คตอนเย็นอีกรอบ มันมีคิวว่างปลายๆ มกรา
เกือบได้จ่ายเงินเพิ่มเพื่อคิว VIP แล้ว


เริ่มจาก





  • เข้าสู่ระบบ


  • ถ้าไม่มีบัญชี ก็กดที่ ฉันไม่มีบัญชี เพื่อสมัครก่อน



  • เมื่อ Log in สำเร็จจะเข้ามาหน้าแดชบอร์ด
  • ให้กดปุ่ม เริ่มการจองใหม่ (พอดีหน้าเว็บเราเป็นภาษาไทยอ่ะ)



หน้า รายละเอียดการสมัคร

  • หัวข้อ เลือกศูนย์รับสมัครของคุณ : ให้เลือกเป็น Norway Visa Application Centre - Bangkok
  • หัวข้อ เลือกหมวดหมู่การนัดหมายของคุณ : ให้เลือกเป็น Short Term สำหรับวีซ่าท่องเที่ยว
  • หัวข้อ เลือกหมวดหมู่ย่อยของคุณ : ให้เลือกเป็น Visitor (Tourist, Business, Visiting Family and Friends (up to 90 days)


  • เมื่อเลือกเสร็จ ระบบจะแจ้งคิวที่เร็วที่สุดมาให้
  • จากนั้นกดปุ่ม ดำเนินการต่อ


หน้า ผู้สมัคร 1

** รอสัก 30 วิ ค่อยกรอกช้อมูล เพราะบางทีระบบรวน โหลดหน้าช้อมูลมาไม่ครบ
  • กรอกข้อมูลผู้สมัครลงไป แล้วกดปุ่ม บันทึก (สามารถนัดหมายพร้อมกันได้ แต่ต้องกรอกรายละเอียดให้ครบทุกคน)



หน้า สรุปรายละเอียดของคุณ

  • สามารถเพิ่มผู้สมัครคนอื่นได้ แก้ไขข้อมูล หรือลบผู้สมัคร
  • เมื่อกรอกข้อมูลผู้สมัครครบทุกคนแล้ว กดปุ่ม ดำเนินการต่อ


หน้า จองการนัดหมาย




  • กดเลือกวันที่ว่าง เพื่อดูรอบเวลาที่ว่างในวันนั้นๆ 
  • เลือกรอบที่ต้องการ
  • แล้วกดปุ่ม ดำเนินการต่อ
** อย่าจิ้มบ่อย ระบบจะหาว่าเราเป็นบอท แล้วแบนเราไป 2 ชม.





หน้า บริการ

จะเป็นหน้าที่เราสามารถเลือกบริการเพิ่มเติม ได้
เช่น ส่ง SMS, ส่งเอกสารคืนทางไปรษณีย์ ฯลฯ

ซึ่งถ้าเราไม่เลือกจากหน้านี้ สามารถไปซื้อเพิ่มตอนที่ยื่นเอกสารกับเจ้าหน้าที่ VFS ได้เลย

จากนั้นกดปุ่ม ดำเนินการต่อ




หน้า ตรวจสอบและชำระเงิน


จะสรุปรายละเอียดทั้งหมด 
ให้เราเช็คข้อมูลให้เรียบร้อย

  • ติ๊กถูกที่ ฉันยอมรับข้อกำหนดในการให้บริการ ส่วนอีกอันจะติ๊กหรือไม่ก็ได้
  • กดปุ่ม ชำระเงินออนไลน์ (คาดว่าตอนนี้จะให้ชำระออนไลน์ได้อย่างเดียว ยกเว้นค่าบริการอื่น ไปซื้อเพิ่มได้ที่ VFS)




ค่าบริการของ VFS คนละ 300 บาท


ระบบ ยื่นนัด ของ VFS จะไม่จำข้อมูลเดิมนะ
ถ้าเผลอปิดไป ต้องกรอกใหม่หมด

หลังจากชำระเงินเรียบร้อย จะมีให้เอกสารการนัดหมาย ส่งเข้ามาในเมล์
ให้ดาวน์โหลด แล้วนำมายื่นด้วย




จบในส่วนของการนัดหมาย VFS



3. การเตรียมเอกสาร สำหรับยื่นวีซ่า


ของเราเป็นแบบเบสิคๆ เลยนะ
 - วีซ่าท่องเที่ยว
 - เดินทางไปประเทศเดียว
 - เป็นมนุษย์เงินเดือน
 - ออกค่าใช้จ่ายเอง
ดังนั้นการเตรียมข้อมูลจึงไม่ยุ่งยากซับซ้อนมาก


การเตรียมและปรินท์เอกสาร

  • เน้นปริมาณน้อย แต่เนื้อหาครบ และครอบคลุมสิ่งที่สถานทูตต้องการ
  • อะไรที่เป็นรายละเอียดเพิ่มเติม ตัดทิ้ง ไม่ต้องปรินท์มา ถึงแม้เอกสารอาจจะระบุจำนวนหน้ามา 4 หน้า เราสามารถเลือกปรินท์แค่หน้าที่สำคัญ 1-2 หน้ามาก็พอ
  • เอกสารที่เป็นสำเนา ไม่ต้องเซ็นชื่อ
  • ไม่ต้องไฮไลท์ส่วนที่สำคัญของเอกสาร เดี๋ยวเจ้าหน้าที่เค้าจะทำให้เอง


การจัดเรียงเอกสาร 

  • เน้นเรียงตาม Checklist
  • ห้ามแม็ก (ถ้าแม็กมาแล้วก็แค่แกะออก)
  • ไม่จำเป็นหนีบแยกกันเป็นชุด สามารถรวมเป็นปึกเดียวได้เลย เพราะเจ้าหน้าที่จะเช็ค เรียงใหม่ และเอาเอกสารไปสแกนทีละแผ่นอยู่ดี มันเสียเวลามาแกะเอกสาร


สิ่งที่ต้องเตรียมไปยื่น

** เอกสารที่ต้องใช้ให้ดูตาม Checklist ที่โหลดจาก UDI เป็นหลัก

  • ใบนัดของ VFS
  • ใบเสร็จค่าธรรมเนียมวีซ่า UDI
  • Check list (DOCUMENT CHECKLIST SCHENGEN VISA TO NORWAY) เซ็นชื่อหน้าสุดท้าย ตรงช่อง Applicant’s remarks (if any) and signature: ให้เหมือนใน Passport

  • Original passport


    • Passport เล่มปัจจุบัน 
                    อายุเหลือไม่ต่ำกว่า 6 เดือน มีหน้าว่างไม่ต่ำกว่า 2 หน้า
    • สำเนาหน้าหลักของ Passport ปัจจุบัน 2 ฉบับ
    • สำเนาทุกหน้าที่มีตราประทับหรือวีซ่าเก่าๆ ของ Passport ปัจจุบัน (ไม่ใช่เอกสารจำเป็น)
    • Passport เล่มเก่าๆ (❌เอาไปเผื่อ แต่เจ้าหน้าที่เค้าก็คืนมาหมด)
    • สำเนาหน้าหลักของ Passport เล่มเก่า (ไม่ใช่เอกสารจำเป็น)
    • สำเนาทุกหน้าที่มีตราประทับหรือวีซ่าเก่าๆ ของ Passport เล่มเก่า (ไม่ใช่เอกสารจำเป็น)
    Passport เล่มเก่าของเรามีแค่วีซ่าของจีนพร้อมตราประทับ 2-3 หน้า ตราประทับญี่ปุ่น  1 ครั้ง สิงคโปร์ 1 ครั้ง
    ส่วน Passport เล่มปัจจุบันของเรา มีวีซ่าของจีน 1 หน้า กับตราประทับของจีน 2 ครั้ง ใช่ค่ะ ช่วงหลังๆ ชั้นไปแต่จีน
    ส่วนของเพื่อนจะคล้ายๆ กัน แต่มีมากกว่า และเคยได้วีซ่าเชงเก้นมาแล้ว 1 ครั้ง (เคยไปครั้งแรกกับทัวร์)
    เรายื่นให้เจ้าหน้าที่ทั้งหมด ซึ่งเค้าก็รับไว้ มีคืนมาแค่ Passport เล่มเก่า (ตัวจริง) เท่านั้น


  • Photo


    • รูปถ่ายสี 2 ใบ
                    ขนาด 2 นิ้ว หรือ 3.5 x 4.5 ซม.
                    พื้นหลังสีขาว
                    หน้าตรง เห็นใบหูและคอ
                    ห้ามใส่แว่น ห้ามใส่หน้ากาก เครื่องประดับ ฯลฯ
                    ถ่ายล่วงหน้าไม่เกิน 6 เดือน
                    รูปถ่ายเชงเก้น ห้ามรีทัช ห้ามแต่งรูป ดังนั้นแต่งหน้าสวยๆ ไปถ่ายนะ 
                    แต่อย่าให้ต่างจากใน Passport เกินไป

                    ถ้าไปถ่ายที่ร้านถ่ายรูป บอกเค้าไปว่าถ่ายรูปทำวีซ่าเชงเก้น ก็ได้ เค้ามีแทมเพลตอยู่แล้ว

                    ** ตอนยื่น แนบไปกับ Passport เล่มปัจจุบันได้เลย


  • Harmonised application form
        

        แบบฟอร์ม UDI ที่เรากรอกไว้เรียบร้อยแล้ว สามารถดาวน์โหลดมาได้เลย 
        เซ็นชื่อหน้าสุดท้าย ตรงช่อง Signature: ให้เหมือนใน Passport


  • Travel medical insurance
       



        ประกันภัยการเดินทาง 
        วงเงินคุ้มครองขั้นต่ำ 30,000 ยูโร หรือประมาณ 1,200,000 บาท

        ปรินท์เฉพาะหน้าที่เป็นตารางกรมธรรม์ มีชื่อผู้เอาประกัน วันที่เดินทาง ตารางความคุ้มครองที่ระบุวงเงินคุ้มครอง รวมทั้งใบเสร็จ ซึ่งจะมีประมาณ 3-4 หน้า แล้วแต่บริษัท

*** เส้นทางต้องระบุเป็น เชงเก้น
*** หน้าอื่นๆ ที่เป็นหมายเหตุหรือเงื่อนไขอะไรยืดยาว ไม่ต้องเอาไป

เราเลือกซื้อของ MSIG แผน Easy 1 วงเกิน 5 ล้านบาท ซึ่งแพงสุด  😂 เพราะนอร์เวย์เป็นประเทศทุกอย่างแพงมาก เลยต้องซื้อแผนที่ครอบคลุมที่สุด เผื่อต้องใช้จริงๆ 
แต่ถ้าคิดว่าไม่ได้ใช้ประกันแน่ๆ แผน Easy Visa ก็เพียงพอแล้ว


  • Proof of identity  (ไม่ใช่เอกสารจำเป็น)
    • สำเนาบัตรประชาชน 
                    สามารถถ่ายจากหน้าบัตรตรงๆ หรือ แปลภาษาอังกฤษเอง หรือ ไปขอสำเนาภาษาอังกฤษที่อำเภอได้  (10 บาท) 
    • สำเนาทะเบียนบ้าน 
                    สามารถถ่ายจากเล่มตรงๆ หรือ แปลภาษาอังกฤษเอง หรือ ไปขอสำเนาภาษาอังกฤษที่อำเภอได้  (20 บาท)


เราใช้สำเนาที่ไปขอมาจากอำเภอ เพราะมันอยู่ใกล้กับธนาคาร และใช้เวลาออกเอกสารไม่นาน ส่วนหลักฐาน ก็ใช้แค่บัตรประชาชนในการขอทั้งสำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน
ส่วนเพื่อนเราไม่ได้ส่งเอกสารพวกนี้ แต่ดันติ๊กถูกที่ช่องนี้ในเอกสาร Checklist ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร


  • Proof of occupation
    • หนังสือรับรองการทำงาน
                    ภาษาอังกฤษ ตัวจริง มีตราประทับบริษัท 
                    ระบุชื่อบริษัท ตำแหน่งงาน วันเริ่มงาน เงินเดือน วันลา ให้สอดคล้องกับการเดินทาง

    • สลิปเงินเดือน (ไม่ใช่เอกสารจำเป็น)
                    ภาษาอังกฤษ
                    ย้อนหลัง 3-6 เดือน



  • Cover Letter (ไม่ใช่เอกสารจำเป็น)
        หนังสือแนะนำตัว
        เขียนเองได้เลย

        แนะนำตัวคร่าวๆ เช่น ทำงานที่ไหน ลาวันไหนบ้าง
        เดินทางมาเพื่อท่องเที่ยวที่ไหนบ้าง กับใคร มากี่วัน ตั้งแต่วันไหนถึงวันไหน
        
        เนื้อหาไม่ควรเกิน 1 หน้า A4
        เสร็จแล้วเซ็นชื่อให้เหมือนใน Passport ด้วย

   
ตัวอย่าง Cover letter ที่เราใช้ยื่น




  • Itinerary
        แผนการเดินทาง

        เขียนให้อ่านง่าย มีระเบียบ ไม่ต้องยาว
        ครอบคลุมตลอดการเดินทาง ทั้งวิธีการเดินทาง และที่พัก
        ไม่จำเป็นต้องลงลึกถึงระดับเวลา แค่บอกคร่าวๆ
        ไม่จำเป็นต้องระบุเลขไฟท์ หรือหมายเลขการจอง


ของเราเขียนประมาณนี้ 2 หน้า A4





  • Round-trip International Flight 
        หลักฐานการจองตั๋วเครื่องบิน ไปกลับ 
        
        ระบุวันเดินทางที่ตรงกับการขอวีซ่า 
        และชื่อผู้เดินทางครบทุกคน ย้ำ! ใครขอวีซ่า ก็ต้องมีชื่อคนนั้นด้วย
        
        เลือกปรินท์เฉพาะหน้าที่ระบุวันที่ เวลา ไปกลับ ชื่อผู้โดยสารทั้งหมด
        พวกที่เป็นเงื่อนไขต่างๆ ไม่จำเป็นต้องปรินท์

        สามารถเลือกแบบยังไม่ต้องจ่ายตังค์ไว้ได้
        แต่เราซื้อจริง จ่ายจริง มั่นหน้ามาก 😂


  • Reservation for a hotel or other proof of accommodation
        หลักฐานการจองที่พัก

        ครอบคลุมตลอดระยะเวลาที่อยู่ในเชงเก้น
        ต้องระบุชื่อผู้เข้าพักให้ครบ ย้ำ! ใครขอวีซ่า ก็ต้องมีชื่อคนนั้นด้วย

        ถ้าจองผ่านแอพ บางแอพจะให้ใส่ชื่อผู้พักได้เอง เช่น booking, trip
        แต่บางแอพใส่ได้คนเดียว เช่น agoda ซึ่งเราสามารถติดต่อ CC ของ agoda แล้วบอกให้เค้าเพิ่มชื่อผู้เข้าพัก เพื่อใช้ทำวีซ่าได้ หรือบางคนก็บอกให้พิมพ์เพิ่มเองในเอกสารได้เลย แต่เราใช้วิธีบอกให้ CC เพิ่มให้เพื่อความชัวร์
        
        เราจองแบบยกเลิกได้ แต่บางอันจ่ายเงินไปเรียบร้อยแล้ว


  • เอกสารอื่นๆ (ไม่ใช่เอกสารจำเป็น)
        เราแนบเอกสารการจองพวก รถเช่า ไฟท์บินในประเทศ รถไฟ เรือ
        ซึ่งพวกนี้เราซื้อจริงจ่ายจริงทั้งหมด (มั่นมากอีกแล้ว 5555 จริงๆ กลัวมันเต็ม)


  • เอกสารทางการเงิน
            สามารถยื่นได้หลายบัญชี

            ควรมีเงินในบัญชี เพียงพอกับค่าเดินทางและค่าใช้จ่ายตลอดการเดินทาง
            แต่เอาง่ายๆ ยื่นให้ดูรวยมากที่สุด 😂
           

    • Bank Certificate (ไม่ใช่เอกสารจำเป็น)
                หนังสือรับรองบัญชี 
                ตัวจริง ภาษาอังกฤษ

                ขอจากธนาคาร ซึ่งมีค่าใช้จ่าย ส่วนใหญ่ประมาณ 100 บาท
                เป็นเอกสาร 1 หน้า A4 มีตราประทับและลายเซ็นของเจ้าหน้าที่ธนาคาร
                ระบุชื่อเราให้ตรงกับบน Passport และยอดเงินเป็น THB, EURO, NOK ได้หมด


เราขอจาก SCB และ KEPT (กรุงศรี)
เพราะเป็นบัญชีเงินเดือน และเงินเก็บ

หลักฐานที่ต้องใช้คือ บัตรประชาชน และสมุดบัญชี (ถ้าจำเลขบัญชีได้ หรือเป็นบัญชีออนไลน์ ก็ใช้แต่เลข)

สำหรับ Kept ต้องขอในวันทำการ เพราะต้องติดต่อสนง. ใหญ่ ของเราใช้เวลาออกหนังสือรับรอง 2 ชม.ได้


    • Bank statements
                Statement ธนาคาร 
                ควรเป็นภาษาอังกฤษ 
                ย้อนหลัง 3-6 เดือน
                ขอล่วงหน้าไม่เกิน 7 วันก่อนยื่่นวีซ่า (ปกติ ถ้าปรินท์ผ่านระบบมันจะมีบอกว่าพิมพ์เมื่อไหร่)

                สามารถถ่ายจาก Book bank ได้เลย ถ้าอัพเดทสมุดตลอด (ถ่ายหน้าแรกด้วย)
                หรือปรินท์จากแอพธนาคารก็ได้
                หรือขอจากธนาคารเลย แต่จะมีค่าใช้จ่าย

เราขอมา 6 เดือน จาก SCB และ KEPT (กรุงศรี)
ของ SCB 100 บาท
ของ KEPT 200 บาท

แต่ KEPT ดันออกให้แค่บัญชีที่เป็น Saving ทั้งที่ในระบบมี อีก 3 บ๊ญชีย่อย
เราเลยต้องปรินท์จากในระบบเพิ่มไปให้ครบ 
(อุตส่าห์เสียตั้ง 200 เพื่ออออออ แบบนี้ปรินท์เอาจากระบบก็ได้ 😡)




พร้อม!!!!!



4. ยื่นเอกสาร


หลังจากทุกอย่างพร้อม
ก็ถึงวันนัดหมาย

VFS สำหรับยื่นวีซ่านอร์เวย์
อยู่ที ชั้น 1 ตึก Belle พระราม 9
ขึ้นบันไดเลื่อนๆ แถวๆ Tops




เรานัดไว้วันที่ 22 มกราคม รอบ 13:45
ไปถึงหน้า VFS ประมาณ 13:00

ซึ่งมีคนรออยู่แล้วเต็มเลย
แต่เค้าจะไม่ให้เรายืนเข้าคิวรอเหมือนตอนทำวีซ่าจีนนะ

เจ้าหน้าที่จะประกาศเรียกก่อนเวลาเล็กน้อย
ดังนั้น จริงๆ ของเราไปถึงประมาณ 13.30 ก็ทัน

ที่นี่เค้ารับยื่นวีซ่าหลายประเทศ
ทั้ง แคนาดา นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ UK ฯลฯ
โดย
  • ห้องล็อคแรก จะเป็นจุดยื่นวีซ่า ของประเทศต่างๆ ยกเว้น UK
  • ห้องล็อคที่สอง เป็นจุดรับ Passport คืน
  • ห้องล็อคที่สาม เป็นจุดยื่นวีซ่า UK

เราไปรอที่หน้าห้องแรก
เจ้าหน้าที่จะเรียก ประเทศ ตามด้วยเวลา
ถ้าถึงเวลานัดแล้ว เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เรียก ให้เดินเข้าไปถามได้เลย

ไม่อนุญาตให้นำกระเป๋าใบใหญ่เข้าไป
ก่อนเข้ามีการตรวจกระเป๋าและสแกนร่างกายก่อน
ห้ามใช้งานโทรศัพท์

เมื่อเข้าไปแล้ว
จะต้องไปยื่นเอกสาร ใบนัด VFS + Passport
ตามเคาน์เตอร์ของแต่ละประเทศ ซึ่งจะมีป้ายบอก ไม่ต้องกลัวเข้าผิด

เจ้าหน้าที่จะเช็คหน้าตาและข้อมูล
จากนั้นก็ออกบัตรคิวให้
สำหรับคนที่นัดพร้อมกัน จะใช้เลขคิวเดียวกัน

เมื่อได้บัตรคิวมา ก็เดินเข้าไปที่ห้องด้านในอีกที
จะมีเคาน์เตอร์ย่อยๆ เหมือนเคาน์เตอร์ธนาคาร มีป้ายแบ่งตามประเทศ

ให้รอที่หน้าเคาน์เตอร์ จนกว่าจะมีประกาศเรียกคิวเรา

เมื่อถึงคิว ให้เดินเข้าไปทีละคน
ยื่นเอกสารทั้งหมดให้เจ้าหน้าที่

เจ้าหน้าที่จะถามคำถามเล็กน้อยเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง
เช่น ข้อมูลตาม Passport, ไปกี่ประเทศ ที่ไหนบ้าง, ไปวันไหนบ้าง

จากนั้นก็ตรวจสอบเอกสาร ทำไฮไลท์ และจัดเรียงใหม่
สำหรับเรา มีเอกสารที่โดนส่งคืนมาอย่างเดียว คือ Passport เล่มเก่าตัวจริง

หลังตรวจเสร็จ
เจ้าหน้าที่จะให้ Checklist เรามาติ๊กเอง
(แต่เคยอ่านเจอว่า เจ้าหน้าที่จะติ๊กให้ เราเลยแค่เซ็นชื่อรอไว้เฉยๆ)

จากนั้นเจ้าหน้าที่จะยื่นเอกสารให้เราเซ็นชื่อ กรอกเบอร์โทร และ E-mail
เสร็จแล้วให้คนถัดไปเข้ามายื่นเอกสาร

หลังจากยื่นเอกสารครบทุกคน
เจ้าหน้าที่จะออกใบเสร็จ และคู่มือการรับ Passport คืน แม็กมาพร้อมกับสำเนา Passport ของทุกคน



จากการสอบถาม
เจ้าของ Passport ต้องมารับเอกสารด้วยตัวเอง
ถ้าไม่สามารถมาได้ ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ แม้ว่าคนที่มารับแทนจะเป็นคนที่มายื่นด้วยกันก็ตาม




หลังจากยื่นเอกสารเสร็จ
ก็จะมารอหน้าห้องอีกห้องนึง เพื่อถ่ายรูปและเก็บลายนิ้วมือ โดยใช้บัตรคิวเดิม
เมื่อถึงคิว ให้เดินเข้าห้องไปทีละคน พร้อมเอกสารที่ได้มา

ยืนเอกสารให้เจ้าหน้าที่
แล้วทำการสแกนลายนิ้วมือ 
และถ่ายรูป (แล้วจะให้เราส่งรูปถ่ายไปทำไมกันนนนนน 😑)

หลังจากนั้นก็ให้เพื่อนเดินเข้าห้องไปทีละคนจนครบ
เสร็จแล้วเจ้าหน้าที่ก็จะคืนเอกสารมา

แล้วก็กลับบ้านได้ 💪


สำหรับตึก Belle 
จอดรถฟรี 1 ชม.

กรณีใบเสร็จ ใช้จ่ายหรือซื้อของในตึกครบ 300 บาท จอดได้ฟรีอีก 1 ชม.
กรณี มีใบเสร็จยื่นวีซ่า ก็จอดได้ฟรีอีก 1 ชม.
แต่ว่า 1 ใบเสร็จ VFS ใช้สำหรับรถ 1 คันเท่านั้น ต่อให้ในใบเสร็จนั้นระบุสำหรับหลายคน ก็นับแค่ 1

ค่าจอดชม. ถัดไปคือ 20 บาท

หลังจากยื่นวีซ่าเรียบร้อย
เย็นวันนั้น ก็มีเมล์เข้ามา บอกว่าเอกสารกำลังถูกส่งไปที่สถานทูต 




วันถัดมา บอกว่าอยู่ระหว่างดำเนินการ




รอไปครบ 1 อาทิตย์
วันที่ 29 มกรา ช่วงเที่ยง ก็มีเมล์มาแจ้งว่า เอกสารกำลังถูกส่งกลับมาที่ VFS 


และเมล์ถัดมาคือ บอกให้มารับเอกสารคืนได้



เมล์พวกนี้คือ แค่บอกสถานะการดำเนินการ ไม่เกี่ยวกับผ่านหรือไม่ผ่าน
จะรู้ผลได้ตอนเปิด Passport ดูเท่านั้น

แต่ถือว่าส่งมาแบบละเอียด และไวดี 
ถือว่าคิดถูกที่ไมไ่ด้ซื้อบริการ SMS เพิ่ม

ซึ่งเราตกลงกับเพื่อนว่า ให้ไปรับวันพรุ่งนี้เลย



ลุ้น !!!!!



5. รับเอกสารคืน


การรับเอกสารคืน
ไม่จำเป็นต้องทำการนัดหมาย
แต่ต้องไปตามช่วงเวลาที่กำหนด คือ ช่วงบ่าย

ไปรับเอง 13.00-16.00
ไปรับแทน 15.00-16.00




เอกสารที่ต้องใช้ ก็คือ ใบเสร็จ กับ สำเนา Passport ที่เจ้าหน้าทีคืนให้ในวันที่เรายื่นเอกสารนั่นเอง

เราไปถึง VFS ประมาณ บ่ายสอง
ไปที่ห้องล็อคที่ 2 ที่เป็นเคาน์เตอร์รับเอกสารคืน
จะแบ่งช่องย่อยตามประเทศที่ยื่นวีซ่า

ไปถึงก็ยื่นเอกสารให้เจ้าหน้าที่
เค้าจะถามว่า ได้รับเมล์ให้มารับคืนตอนไหน 
เราก็บอกวันเวลาที่ได้รับเมล์ไป

เจ้าหน้าที่จะค้นเอกสาร แล้วก็ส่งคืนมาในรูปของซองพัสดุ (แบบพร้อมส่ง EMS มาก)
แล้วให้เราตรวจสอบชื่อนามสกุล และเซ็นชื่อรับเอกสารคืน

ได้เอกสารปุ๊บ ก็แกะกันตรงกันเลย

แท่น แท๊นนนนนนนน

.
.
.
.
.
.
.
.
.
.





มี VISA แปะมาแล้ว
ผ่านจ้าาาาาาาาาาาาาาาาา 🎉🎉🎉🎉🎊🎊🎊🎊🎊
แน่นอนล่ะ ถ้าไม่ผ่าน ก็คงไม่เอามาเล่า 5555

ตรวจเช็คข้อมูลหน้าวีซ่าเรียบร้อย
แต่ตัวอักษรเล็กมากกกกกกก อ่านแทบไม่ออก

เรายื่นครั้งแรก 
แต่สถานทูตใจดี ให้แบบ MUTI 6 เดือนมาเลย

แต่ตอนกรอกเอกสาร กรอกแค่เข้า 1 ครั้งนะ
กราบบบบบบบบบบบบบ 🙇



ผ่านแล้ว🎉🎉🎉

หลังจากรับเอกสารมาเรียบร้อย ก็จะมีเมล์เข้ามาอีกรอบ





Norway is calling us!!!!!!!!!!!!!!!!!

😍😍😍😍😍😍😍😍😍😍😍😍😍😍



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ʕ•ᴥ•ʔ ♡ ยืนงงในดงจีน ปี 2 : ประสบการณ์การซื้อยา Diamox ที่โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน

ʕ•ᴥ•ʔ ♡ ยืนงงในดงจีน ปี 2 : Day 6 ภูเขาหิมะสือข่า [Shika Snow Mountain 石卡雪山] & วัดซงจ้านหลิน [Songzanlin Monastery 颂赞林寺]

ʕ•ᴥ•ʔ ♡ ยืนงงในดงจีน @1st time : Day 2 - เยือนถิ่นอวตาร 乾坤柱 ชมโชว์จิ้งจอก 天門狐仙