ʕ•ᴥ•ʔ ♡ ล่าแสงเหนือ Norway : Day 4 A Journey to Å - The end of Lofoten road

 



Day 4  Å ปลายทางแห่ง Lofoten

15 มีนาคม 2569


วันนี้ตื่นเช้ามา เมฆครึ้มเต็มฟ้าเลย




เช้านี้ เราเริ่มจาก ขับรถกลับไปที่ Hamnøy ก่อน
เพราะว่าแอบเห็นแสงอาทิตย์ หน่อยๆ 
คาดหวังว่า ไปถึง อาจจะเจอแสงสว่างยามเช้าที่หมู่บ้านนี้

แต่ เมฆรับจบ มีแสงจริง แต่อยู่ด้านหลังเมฆอีกที 😤
...เมฆหมอกฟรุ้งๆ แบบนี้ ก็ดูสวยไปอีกแบบเหมือนกัน




ถ่ายรูปจนพอใจแล้ว ก็กลับมาทานข้าวเช้า ที่บ้านพัก

แล้วค่อยขับรถออกไปข้างนอกต่อกันยาวๆ



เริ่มจาก กระท่อมสีเหลือง ที่ Sakrisoy ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่พัก

Sakrisoy เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ซึ่งลักษณะที่โดดเด่น กระท่อมสีเหลือง สำหรับพักชั่วคราวของชาวประมงที่เรียงรายอยู่ทั่วหมู่บ้าน ซึ่งต่างจากหมู่บ้านอื่นที่มักจะเป็นกระท่อมสีแดง

และจุดที่นักท่องเที่ยวชอบไปถ่ายรูปกันคือ บ้านสีเหลืองที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยว และโดดเด่นด้วยฉากหลังเป็นภูเขาสูงตระหง่าน


โดยเราเพิ่งรู้ว่า กระท่อมนี้ มันเป็นบ้านพัก มีคนอยู่จริงๆ 

ตอนถ่ายก็ระวังๆ หน่อย เกรงใจเค้าเหมือนกัน




จากนั้นก็ขับต่อไปที่ Hammerskaft หมู่บ้านที่อยู่ก่อนถึง Reine สามารถจอดรถได้ตามไหล่ทาง


Hammerskaft (The Horn) ได้รับฉายาว่า “แมทเทอร์ฮอร์นแห่งเรเนย์” เนื่องจากมีจุดไฮไลท์ เป็นภูเขายอดแหลมสูงเป็นฉากหลัง


ระหว่างทาง ฝนตกหนักขึ้นเรื่อยๆ โชคดีที่พอถึงที่หมาย ฝนก็เริ่มซา



ตรงนี้เป็นพื้นที่ส่วนบุคคล แต่เค้าไม่ได้ห้ามเข้านะ เพียงแต่ควรใช้ความระมัดระวังในการใช้เสียง และอย่าเดินเข้าพื้นที่ส่วนตัวมากเกินไป





ถ่ายรูปได้ไม่นาน ....  ลูกเห็บ ตก จ้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา 

เปาะแปะๆ เจ็บหัวไปหมด ยังดีที่ลูกไม่ใหญ่เท่าไหร่





พอเริ่มตกหนักขึ้นเรื่อยๆ ก็เผ่นละ เดินฝ่าพายุลูกเห็บไปยังที่จอดรถ 

แล้วขับต่อไปยัง Reine


ก่อนจะถึงหมู่บ้าน จะมีลานจอดรถใหญ่ๆ เราก็จอดรถ แล้วชมวิวตรงนี้



แล้วก็เดินจากลานจอดรถตรงนี้ ไปตรงจุดชมวิว หน้าทางเข้าหมู่บ้าน 



พอมาถึงทางเข้าหมู่บ้าน จู่ๆ แดดก็ออกซะงั้น





จากนั้นก็ขับต่อไปยังหมู่บ้าน Å หมู่บ้านที่ชื่อสั้นที่สุดในโลก


Å อ่านว่า ออ(Oh) หรือ Å i Lofoten

เป็นหมู่บ้านเล็กๆ บนหมู่เกาะ Lofoten และเป็นจุดสิ้นสุดของถนน E10


สามารถจอดรถที่ลานจอดรถของหมู่บ้าน ซึ่งอยู่ด้านหลังของอุโมงค์ได้

เป็นลานจอดรถขนาดใหญ่ เป็นการการันตีได้ถึงความฮอตฮิตของหมู่บ้าน


นอกจากเดินชมหมู่บ้านแล้ว ที่นี่มีทางเดินขึ้นเขาอยู่ใกล้ๆ ด้วย

แต่ขาชั้น ไม่ไหวแล้ว แค่เดินตรงๆ ก็ปวดไปหมด



ถึงอย่างนั้นเราก็ยังคงเดินตรงต่อไป เพื่อไปยังปลายสุดของหมู่บ้าน (ไหนว่าเดินไม่ไหวแล้ว 😑)



เสร็จแล้ว ก็เดินกลับเข้าไปในหมู่บ้าน








เดินเสร็จ ก็ได้เวลาหาของกินมื้อเที่ยง

แต่ร้านที่เล็งไว้ มันปิด



เราเลยแวะที่คาเฟ่ แถวหน้าหมู่บ้านแทน



แล้วเราก็พบว่า วาฟเฟิล ที่นี่ แม่งอร่อยยยยยยยยยย 😍

หลังจากนั้นก็กินทุกครั้งที่มีโอกาสเลย



ราคามื้อเล็กๆ 249 NOK ประมาณ 850 บาท



กินเสร็จก็ไปเดินเล่นแถวหน้าอุโมงค์






บริเวณลานจอดรถ มีห้องน้ำฟรี และร้านขายของที่ระลึก






แล้วก็ขับรถกลับ 

เอ้ย จบแล้วหรอ ทำไมไวจัง ยังไม่ถึงบ่ายสามโมงเลย ง่าาาา 😅


ตอนขามาที่ Å เราเห็นว่ามีหมู่บ้านสวยๆ ก่อนถึง Å เลยแวะสักหน่อย

หมู่บ้านนี้ชื่อว่า Tind




แวะถ่ายรูปไม่นาน ก็ขับรถกลับไปยัง Reine 

ในหมู่บ้าน มีที่จอดรถหลายจุด

เราเข้าไปจอดรถตรงลานจอดรถใกล้ประภาคาร ซึ่งเป็นของ EasyPark แต่จอดฟรีได้ประมาณ 15 นาที

และแน่นอนว่าเราเลือกระยะเวลากดจอดแค่นั้นแหละ จอดฟรี ไม่เสียตังค์




ก่อนจะกลับเข้าที่พัก

เราก็แวะเข้าซุปเปอร์มาร์เก็ตใน Reine ก่อน


วันนี้เป็นวันอาทิตย์ ปกติร้านค้า ร้านอาหาร ส่วนใหญ่จะปิด 

แต่โชคดี ที่ Reine มีร้านเปิดอยู่


วิวตรงลานจอดรถก็สวยด้วยนะ



พอจะขับกลับที่พัก

ฝนก็เทลงมาอีกแล้ววววว วันนี้เป็นวันที่เจอฝนเยอะ และหนักที่สุดเลย

.... แล้วคืนนี้ เราจะได้เจอแสงเหนือ มั้ยละ .... 😓


โปรดดูบรรยากาศ จากระเบียงที่พัก ช่างให้ความหวังกันมาก




พอถึงตอนเย็น ก็ขับไปที่ร้าน Anita's Sjømat ที่หมู่บ้าน Sakrisøy





แต่ไม่มีเมนูอะไรทีอยากกินเลย 
เลยกลับไปหาอะไรกินในตู้เย็นดีกว่า


และเนื่องจากพรุ่งนี้เราต้องบินต่อไปยัง Tromsø

ทำให้เย็นนี้ เราต้องเคลียร์ของสดในตู้เย็นให้หมด



กินเสร็จ ก็ค่ำพอดี

และแล้วก็ถึงเวลาอันหน้าตื่นเต้นของเราอีกครั้ง


คืนนี้ คืนสุดท้ายของเราใน Lofoten แล้ว

เราจะเห็นแสงเหนือมั้ย??


เปิดประตูระเบียง เดินออกไป

ว๊าวมากกก.... เอ่อ พื้นมันเย็นน่ะ เพราะฝนมันเพิ่งหยุดตก 5555


ท้องฟ้าดูดีกว่าเมื่อเย็น อย่างน้อยก็เห็นดาวบ้างแล้ว



ถ่ายมุมนี้อยู่นาน จนคิดได้ว่า แสงเหนือ มันไม่ได้มาแค่จุดเดียวนี่นา

เลยลองเดินออกจากห้อง ไปตรงเนินข้างที่จอดรถ เพราะจะได้เห็นมุมต่างๆ ได้ทุกมุม


และแล้ววววว

มันก็มาาาาาาาาาา 

อยู่ทางทิศเดียวกับ Hamnøy


ถึงจะเป็นแสงอ่อนๆ แต่ก็สร้างความตื่นเต้นได้เป็นอย่างดี

ตอนนี้ แอพ Aurora ยังไมไ่ด้แจ้งอะไร 

แต่ก็ช่างเหอะ ไม่สนละ 

ต้องเข้าใจก่อนว่า แอพมันจะแจ้งเตือน เมื่อมี % เกิดขึ้นเยอะๆ เท่านั้น แสงน้อยๆ มันไม่สน



ระหว่างที่ถ่ายรูปท้องฟ้าไปเรื่อยๆ ก็ยังไม่เจอจุดอื่นที่มีแสงเหนือเลย



สักพัก แอพ Aurora ก็แจ้งเตือนมา

แล้วก็พบว่า ตอนนี้ มันเกิดแสงเหนือ รอบตัวเลย ถ่ายมุมไหนก็เจอ

แต่ไม่ได้มาเป็นแสงแรงๆ หลายสีแบบตอนอยู่ Cozy Home นะ





ถ่ายรูปอยู่แถวที่พักจนหนำใจแล้ว ก็นึกขึ้นได้ว่า ยังไม่ได้รูปซิกเนเจอร์ของที่นี่เลย

ยังไม่มีรูป แสงเหนือกับหมู่บ้าน Hamnøy เลยนี่นา


ก็เลยตัดสินใจ เดินเท้าไปยังหมู่บ้าน Hamnøy  

แต่เพื่อนไม่ไปนะ มันจะถ่ายอยู่ที่บ้านง่ะ 😕


เดินโต๋เต๋ไปริมทาง ต้องบอกก่อนว่า ทางเดิน มันไม่มีทางเท้านะ

แล้วฝั่งที่เดิน มันไม่มีไฟถนนด้วย

มันค่อนข้างมืดเลยล่ะ แล้วเดินอยู่คนเดียว 😵

ไฟฉายก็ไม่มี (เอามา แต่ลืมชาร์จ แบตเลยหมด) เลยต้องใช้ไฟมือถือส่องทางเอา

ความหวังเดียวคือ หวังว่า รถจะไม่สอยเราไปซะก่อน



ก่อนจะถึงสะพานข้ามไปหมู่บ้าน Hamnøy

จะมีลานจอดรถขนาดใหญ่

ซึ่งตอนนี้ มีทัวร์มาจอด และมีคนอยู่เต็มเลยยยยยย 😎


สบายใจแล้ววววววว ไม่โดดเดี่ยวละ คนเต็มลานจอดรถเลย

จุดนี้คนที่มากับทัวร์ เค้าก็มาถ่ายแสงเหนือกับหมู่บ้านกัน

แต่ไม่ค่อยเห็นคนเดินจากทัวร์ไปที่สะพานนะ



ถัดจากลานจอดรถ ก็เดินขึ้นสะพานไป

คนเต็มสะพานเลยทีนี้ แทบไม่มีที่ยืนเลย


บนขอบสะพาน เต็มไปด้วยกล้อง

โอเค งั้นชั้นนั่งถ่ายข้างล่างขอบสะพานก็ได้ฟระ



และด้วยความที่ แบตมือถือจะหมด สายชาร์จก็สั้น ถุงมือก็ไม่ได้เอามาอีก

ก็เลยอาศัยช่องว่างตรงซี่สะพาน ในการวางมือถือ จะได้นั่งไปชาร์จไป

แต่ลมมันแรงมากกกก สะพานมันก็สั่นตาม มือถือก็เลยสั่นๆ เบลอๆ ไปหลายช่วง

แถมถ่ายได้เฉพาะมุมแคบๆ เพราะว่ามือถือพิงกับซึ่สะพานอยู่ ทั้งซ้ายขวาเลย




รูปนี้จะเห็นว่า มุมซ้าย กับ ขวา มันจะติดซี่สะพานมาด้วย 


แต่เป็นอันว่า ได้รูปซิกเนเจอร์ตามที่ตั้งใจแล้ว ถึงจะไม่สวยเท่าของคนอื่นก็เหอะ



พอดึกๆ แสงเหนือเหมือนจะเริ่มน้อยลง แต่คนก็ยังเยอะอยู่

เลยลองพยายามถ่ายวีดีโอ กับ Timeslap ดูเผื่อจะได้มาเป็นคลิปเหมือนคนอื่นเค้าบ้าง

นั่งถ่ายอยู่เกือบ ชม. ได้คลิปจาก Timeslap มาไม่ถึง วิ 5555

แต่ก็ยังเห็นแว๊บๆ น้าาาาาา



พอคนก็เริ่มทยอยกลับ เหลือบนสะพานไม่ถึง 10 คน

เราก็ต้องเดินกลับบ้างแล้ว มันหนาวมาก มือเย็นมาก 

และเพิ่งรู้ตัวว่า หมวกไม่ได้ใส่ด้วย


เดินลงสะพานมาถึงตรงลานจอดรถทัวร์เมื่อกี้

ตอนนี้ไม่มีใครอยู่เลยจ้าาาาาาา  

ทั้งหนาว ทั้งมืด ทั้งน่ากลัวเลยทีนี้ 😵


สภาพถนนตอนเดินกลับ (ขาไปก็มืดแบบนี้แหละ ไฟที่เห็นคือ จากมือถือ)



กลับมาถึงหน้าที่พัก

ยัง ยังไม่เลิก

มาถ่ายหน้าที่พักต่อ



แต่ทนความหนาวไม่ไหวแล้วววว มือเย็นมากกกกกกกก

กลับเข้าไปในห้องนอน แล้วถ่ายจากระเบียงเอา 


วิธีถ่ายคือ เอามือถือกับขาตั้งกล้องไปไว้ตรงระเบียง 

ส่วนเรา นอนกดรีโมทอยู่ในห้องนอน 555555 ได้รูปอะไรมา ก็ช่างมันแล้ว



ไหนๆ ก็เจอจุดถ่ายรูปที่เหมาะๆ แล้ว

เราก็เริ่มถ่าย Timeslap ต่อ ด้วยจากข้อมูลมั่วๆ ที่ประติดประต่อได้จากตอนลองถ่ายที่ Hamnøy

เวลาถ่ายอาจจะน้อยไป เลยเพิ่มให้ รูปละ ชม.

กดถ่ายไป แล้ว.... ไปนอน ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ เดี๋ยว 1 ชม. ตื่นมาดูผล

บางชม. ก็ได้มาแบบจางๆ บางชม. ก็มืดเลย

จนกระทั่ง ได้มาทั้งสิ้น 1 คลิปถ้วน ที่ดูดีสุด



ถ่ายรูปถึงตี 4 เหมือนเดิม 

มันไม่ใช่อะไรที่จะมาเจอกันได้ง่ายๆ นี่เนอะ มาทั้งที เอาให้คุ้ม 😎




ความคิดเห็น