ʕ•ᴥ•ʔ ♡ ล่าแสงเหนือ Norway : Day 9 Norway in a Nutshell (#2 - Flåmbana)
Day 9 Norway in a Nutshell (#2 - Flåmbana)
20 มีนาคม 2569
วันนี้จะเป็นทริป Norway in a Nutshell วันที่ 2 ของเรา ซึ่งจะเดินทางไปสิ้นสุดที่เมืองหลวง Oslo
เราเลือกรอบรถไฟที่อยู่เกือบเที่ยง เพราะอยากใช้เวลาที่ Flåm ตอนเช้าๆ ก่อน
ตอนเช้าก็เดินสำรวจรอบๆ หมู่บ้านอีกครั้ง
เดินอ้อมไปด้านหลังโรงแรม จะมีทางเดินขึ้นไปยังจุดชมวิวอีกฝั่ง (คนละฝั่งกับเมื่อวาน)
เช้านี้ ท้องฟ้าแจ่มใสสุดๆ
ตอนเช้าน้ำนิ่งมากกกกกก มองเห็นภาพสะท้อนน้ำเหมือนกระจก
รอบนี้เราจองโรงแรมแบบมีอาหารเช้า ซึ่งอาหารเช้าจะมีไปจนถึง 10 โมง
ห้องอาหารจะอยู่บนชั้น 2
อาหารเช้า เป็นแบบบุฟเฟต์ มีของให้เลือกหลายอย่าง
กินเสร็จก็ไปเก็บกระเป๋า เช็คเอาต์ แล้วลากกระเป๋ากลับมาที่ Tourist Center
เป็นสถานีที่เรารู้สึกว๊าวมาก เพราะได้เห็นหิมะขาวๆ ฟูๆ แบบเต็มๆ ตา (ที่ tromso มันไม่ฟู)
ที่ Myrdal จะเป็นสถานีเชื่อมต่อระหว่าง Bergen กับ Oslo
ห้องอาหารจะอยู่บนชั้น 2
อาหารเช้า เป็นแบบบุฟเฟต์ มีของให้เลือกหลายอย่าง
กินเสร็จก็ไปเก็บกระเป๋า เช็คเอาต์ แล้วลากกระเป๋ากลับมาที่ Tourist Center
รถไฟ Flåmbana ภายในตกแต่งด้วยโทนสีส้ม
ที่นั่งเป็น Free Seat นั่งตรงไหนก็ได้
แต่เราแนะนำให้นั่งฝั่งขวา จะมองเห็นวิวหมู่บ้าน Flåm, น้ำตก, ถนนซิกแซกได้
รถไฟแล่นอย่างช้าๆ ไปยังสถานีต่างๆ และจอดรับส่งผู้โดยสารเหมือนรถไฟทั่วๆ ไป
รถไฟแล่นอย่างช้าๆ ไปยังสถานีต่างๆ และจอดรับส่งผู้โดยสารเหมือนรถไฟทั่วๆ ไป
คนที่ขึ้นมาบนรถไฟ หลายคนเหมือนรู้จักกัน ทักทายกันแบบเป็นกันเองสุดๆ
รถไฟแล่นผ่านหมู่บ้านต่างๆ มากมาย แต่ที่เป็นไฮต์ไลท์ คือ หมู่บ้าน Flåm ที่มีลำธารเล็กๆ ตัดผ่าน

จากนั้นก็เดินทางต่อไปจนถึง Myrdal ใช้เวลารวมประมาณ 1 ชั่วโมง
เนื่องจากเป็นรถไฟท่องเที่ยวด้วย จึงมีการบรรยาย จุดต่างๆ ที่รถไฟแล่นผ่าน ไปด้วยระหว่างการเดินทาง
รถไฟจะแวะจอดให้ทุกคนได้ลงถ่ายรูปที่สถานีน้ำตก Kjosfossen
ให้เวลาประมาณ 5 นาที
วันที่เราไป น้ำตกกลายเป็นน้ำแข็งเกือบหมดแล้ว
จากนั้นก็เดินทางต่อไปจนถึง Myrdal ใช้เวลารวมประมาณ 1 ชั่วโมง
เป็นสถานีที่เรารู้สึกว๊าวมาก เพราะได้เห็นหิมะขาวๆ ฟูๆ แบบเต็มๆ ตา (ที่ tromso มันไม่ฟู)
ที่ Myrdal จะเป็นสถานีเชื่อมต่อระหว่าง Bergen กับ Oslo
ในสถานีเดิมทีมีคาเฟ่ แต่ตอนนี้ปรับปรุงอยู่
โชคดียังมีพวกตู้ขายของอัตโนมัติให้บริการ
เราจะรออยู่ที่สถานีนี้จนถึง 13:52 เพื่อนั่งรถไฟต่อไปยัง Oslo
เราสามารถเดินมาจนสุดทางเดินของชานชาลา แล้วข้ามรางรถไฟฝั่งขวา เพื่อเดินลงไปหมู่บ้านทางขวาได้
แต่ไม่สามารถข้ามรางรถไฟฝั่งซ้ายได้
รถไฟวิ่งได้สักพัก ก็มีเจ้าหน้าที่มาตรวจตั๋ว รอบนี้เราไม่พลาดโชว์ QR ได้แบบสวยๆ
สั่งวาฟเฟิลของโปรดมากิน
กินเสร็จก็กลับไปที่ที่นั่งของตัวเอง
รอจน 13:52 รถไฟไป Oslo ก็มาถึง
เป็นรถไฟแบบเดียวกับที่นั่งจาก Bergen ไป Voss
แต่เนื่องจากเป็นสถานีระหว่าง
ตอนเราขึ้นไป ก็มีผู้โดยสารเกือบเต็มคัน
รถไฟนี้จองผ่าน Vy ระบุที่นั่งมาให้เรียบร้อย ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีที่นั่ง
แต่ว่า ไม่มีที่วางกระเป๋านี่สิ
ต้องเอากระเป๋ามาไว้ด้านหน้า ซึ่งมันแน่นมากกกกก
รถไฟวิ่งได้สักพัก ก็มีเจ้าหน้าที่มาตรวจตั๋ว รอบนี้เราไม่พลาดโชว์ QR ได้แบบสวยๆ
จากนั้นก็ไปแวะที่ตู้เสบียง ซึ่งอยู่ถัดจากโบกี้เราไปแค่ 1 ตู้
กินเสร็จก็กลับไปที่ที่นั่งของตัวเอง
แต่เพื่อนไม่สามารถนั่งแบบปกติได้ เพราะกระเป๋ามันเบียดมาก
เลยพยายามเอากระเป๋าไปเก็บที่ช่องเก็บกระเป๋า ซึ่งตอนนั้นเต็มไปด้วยกระเป๋าและอุปกรณ์สกี
สักพักก็มีผู้โดยสารคนนึง พาเราไปที่ตู้สัมภาระ ซึ่งอยู่ถัดจากตู้เสบียงไปตู้นึง
โดยตู้นี้จะเป็นตู้โล่ง ไร้ที่นั่ง แต่จะมีสัมภาระต่างๆ วางไว้เต็มไปหมด และมีผู้โดยสารยืนเฝ้าสัมภาระของตัวเองอยู่
หลังจากนั้นก็กลับไปนั่งที่ได้อย่างสบายใจ
หลังจากนั้นก็กลับไปนั่งที่ได้อย่างสบายใจ
ต้องขอบคุณผู้โดยสารคนนั้นที่ชี้ทางสว่าง
แต่เราชอบไปสิงอยู่ตู้เสบียงมากกว่า นั่งอยู่เกือบตลอดเส้นทางเลยก็ว่าได้
เพราะที่นั่งว่างเยอะ ย้ายไปย้ายมาสะดวก
เส้นทางช่วงต้นๆ จะเป็นสถานีที่เป็นลานสกี ซะส่วนใหญ่
จะเห็นคนถืออุปกรณ์การเล่น ขึ้นๆ ลงๆ รถไฟอยู่ตลอดเส้นทาง
ในที่สุดก็มาถึงปลายทาง
สถานี Oslo S
คืนนี้และคืนพรุ่งนี้ เราจะพักกันที่ โรงแรม Comfort Hotel Xpress Central Station ที่อยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟ
หลังจากเช็คอิน เก็บกระเป๋าเรียบร้อย เราก็ไปหาข้าวเย็นกิน
กลิ่นอายเมืองหลวงงงงงงง = กลิ่นบุหรี่ 5555
คืนนี้และคืนพรุ่งนี้ เราจะพักกันที่ โรงแรม Comfort Hotel Xpress Central Station ที่อยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟ
หลังจากเช็คอิน เก็บกระเป๋าเรียบร้อย เราก็ไปหาข้าวเย็นกิน
วันนี้เราเลือก ร้าน Koie Ramen ร้านราเมง แถวๆ ตึก Munch
โดยเดินออกมาที่ป้ายรถบัสก่อน
การนั่งรถสาธารณะของที่นี่ สามารถซื้อตั๋ว ดูเส้นทาง ป้ายรถต่างๆ ได้จากแอพ Ruter
ค่าโดยสารแบบ 24 ชม. 137 NOK
Activate ตั๋วผ่านแอพได้เลย
การตรวจตั๋วเป็นแบบสุ่มตรวจ
คนค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว ต้องยืนรอคิวหน้าร้านแป๊บนึง
ราเมงรสชาติ เข้มข้น อร่อยดี ให้เยอะด้วย
นั่งรถบัส ไปลง Bjørvika
ราเมงรสชาติ เข้มข้น อร่อยดี ให้เยอะด้วย
มื้อนี้หมดไป 745 NOK ประมาณ 2,600 บาท เป็นราเมงที่แพงที่สุดในชีวิตเช่นกัน
จากนั้นก็เดินเล่นต่อ เริ่มจากหน้าตึก Munch ไปจนถึง Opera House
จากนั้นก็เดินเล่นต่อ เริ่มจากหน้าตึก Munch ไปจนถึง Opera House
ระหว่างทางมีแวะซุปเปอร์มาร์เก็ตก่อน
ขณะกำลังช็อปปื้งอยู่นั้น แอพ Aurora ก็เด้งมา .... มีแสงเหนือบริเวณนี้
เห้ยยยยยย ตรงไหนๆ
แต่ในเมืองสว่างขนาดนี้ จะมองเห็นมั้ยล่ะ
เราเดินกลับไปที่ Opera House ก็ไม่เห็นอะไร เลยเดินกลับโรงแรม
แต่เล็งไว้ละ ถ้าแอพเด้งเตือนอีก จะบึ่งมาแถวนี้ก่อน
พอถึงกลับถึงโรงแรม กำลังจะอาบน้ำ
แอพเด้งเตือนอีก!!!!!
เพื่อความชัวร์ แอบส่ง webcam ของ Oslo ดู
เห็นแสงเหนือจริงๆ ด้วย
เลยรีบเดินไปที่ Opera House (วันนี้เดินมาที่นี่ 3 รอบแล้วนะ)
แล้วก็เห็นจริงๆ ด้วย
แต่ถ่ายยากมาก แสงตัวเมืองกลบ
วันนี้ KP แรงมาก 6 เกือบ 7 ถึงได้มองเห็นแสงเหนือได้ถึงเมือง Oslo
ต้องเดินขึ้นบน Opera House เพื่อถ่ายรูป
แล้วทางเดิน มันมีจุดที่ไม่เรียบด้วย หัวทิ่มไปหลายรอบ
มือแข็งมากกกกก ที่นี่หนาวกว่าที่โลโฟเทนอีกนะ แปลกมาก
ถือว่ามีโชคอยู่บ้าง ขนาดอยู่ Oslo ยังได้เห็นแสงเหนือ ถึงจะไม่สวยเท่าที่โลโฟเทนก็เหอะ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น