ʕ•ᴥ•ʔ ♡ ล่าแสงเหนือ Norway : เรื่องน่ารู้ (หรือเพิ่งรู้)

 


ประเทศนอร์เวย์

นอร์เวย์ เป็นประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย (นอร์เวย์, สวีเดน, ฟินแลนด์)


เป็นประเทศที่มีฟยอร์ด (Fjord) ซึ่งเป็นอ่าวแคบๆ ที่ยาวลึกเข้าไปในแผ่นดิน ขนาบข้างด้วยหน้าผาหรือภูเขาสูงชัน เกิดจากการกัดเซาะของธารน้ำแข็งในยุคน้ำแข็งและทะเลสาบมากมาย


นอร์เวย์นั้นถูกเรียกว่าเป็น "ดินแดนอาทิตย์เที่ยงคืน" หรือ The Midnight Sun ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติในฤดูร้อน ทำให้ทางตอนเหนือของประเทศที่ตั้งอยู่เหนือเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล มีแสงแดดส่องสว่างตลอด 24 ชั่วโมง โดยพระอาทิตย์ไม่ตกดิน

และในช่วงฤดูหนาว นอร์เวย์ ยังเป็นหนึ่งในประเทศที่ดีที่สุดในการชมแสงเหนืออีกด้วย


แสงเหนือ (Aurora Borealis)


คือ ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่แสงสีสวยงามเรืองรองบนท้องฟ้ายามค่ำคืน บริเวณขั้วโลกเหนือ 

เกิดจากอนุภาคพลังงานสูงจากดวงอาทิตย์ (ลมสุริยะ) ชนกับสนามแม่เหล็กโลกและก๊าซในบรรยากาศชั้นบน 

มักเห็นเป็นสีเขียว สีชมพู หรือสีม่วง เคลื่อนที่ไปมาเหมือนเต้นรำ

แต่ตอนมองด้วยตาเปล่า จะเห็นเป็นริ้วสีขาว หรือเขียวอ่อนๆ ซึ่งจะเห็นเป็นสีชัดเจนเมื่อเรามองผ่านเลนส์ของกล้อง

วิธีแยกระหว่าง แสงเหนือกับเมฆ ก็คือ การเอากล้องไปลองส่องๆ ดูนั่นเอง


จุดชมแสงเหนือแนะนำในนอร์เวย์

  • Tromsø (ทรอมโซ): เมืองท่องเที่ยวหลักที่มีแสงเหนือสวยที่สุดและเข้าถึงง่าย 
  • Alta (อัลตา): เมืองเหนือสุดที่ขึ้นชื่อเรื่องท้องฟ้าแจ่มใส ทำให้มองเห็นแสงเหนือได้ชัดเจน 
  • Lofoten (โลโฟเทน): หมู่เกาะที่สวยงาม ล้อมรอบด้วยหมู่บ้านประมงสีแดง 
  • Svalbard (สฟาลบาร์): จุดที่เห็นแสงเหนือได้ตลอดทั้งวันในช่วงฤดูหนาว


ช่วงเวลาที่เหมาะที่สุด 

  • กันยายน - มีนาคม: คือช่วงฤดูหนาวที่มืดเพียงพอ และมีโอกาสเห็นแสงเหนือได้
    • พฤศจิกายน - กุมภาพันธ์: มืดสนิทตลอดคืน โอกาสเห็นแสงชัด แต่ต้องระวังเมฆปกคลุม 
    • มีนาคม: เริ่มเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ อากาศไม่หนาวจนเกินไป แต่ยังมีโอกาสเห็นแสงเหนือสูง


โอกาสในการเห็นแสงเหนือ

โซนทางเหนือของประเทศจะมีโอกาสเห็นแสงเหนือเพราะเป็นบริเวณที่อยู่ใต้ "วงรีแสงเหนือ" (Aurora Oval) รอบขั้วแม่เหล็กโลก ซึ่งเป็นจุดที่อนุภาคพลังงานสูงจากดวงอาทิตย์ปะทะกับบรรยากาศโลกได้ดีที่สุด ยิ่งใกล้ขั้วโลกเหนือเท่าใด โอกาสเห็นยิ่งสูง


โดยปัจจัยในการเห็นแสงเหนือมีดังนี้

1. ตำแหน่งที่ตั้งของเมือง

ยิ่งอยู่ใกล้ขั้วโลก ยิ่งมีโอกาสเห็นมาก แม้จะมีค่า KP น้อย แต่โอกาสเห็นแสงเหนือก็ยังมีมากกว่า โซนที่อยู่ต่ำลงมา 

ซึ่งเมืองที่เราไป คือ Lofoten กับ Tromso มีโอกาสเห็นแสงเหนือได้อยู่แล้ว ถ้ามีอีก 3 ปัจจัยข้างล่างนี้

2. ค่า KP หรือ ดัชนีแม่เหล็กโลก (KP-index) 

คือ ค่าความปั่นป่วนของสนามแม่เหล็กโลก (0-9) ใช้พยากรณ์แสงเหนือ ยิ่งสูงยิ่งเห็นชัด

3. ค่า Cloud Coverage 

คือ ปริมาณเมฆ ถ้าเมฆครึ้มเต็มท้องฟ้า แม้ KP จะสูงแค่ไหน โอกาสมองเห็นแสงเหนือก็ยิ่งน้อยลง เนื่องจากถูกเมฆบดบังไปหมด

4. ค่า Bz (IMF Bz - Interplanetary Magnetic Field) 

หรือ Solar Wind Bz (nT) ในแอพ Aurora 

คือ ทิศทางสนามแม่เหล็ก หาก Bz เป็น "ค่าลบ" (ยิ่งติดลบมาก เช่น -5, -10nT หรือต่ำกว่า) จะทำให้อนุภาคสุริยะชนกับสนามแม่เหล็กโลกได้ดีที่สุด

บางครั้งค่า KP สูงมาก แต่ Bz เป็นบวก ก็คือไม่เห็นแสงเหนือนะจ๊ะ


* แสงจันทร์อาจจะมีผลกับแสงเหนือ ที่มาแบบอ่อนๆ แต่ถ้าฟ้าเปิด แล้วแสงเหนือมาเต็มๆ แสงจันทร์ก็ไม่มีผลอะไร



การขอวีซ่า



คนไทยต้องขอวีซ่าเชงเก้นเพื่อท่องเที่ยวในนอร์เวย์ 



สกุลเงิน


นอร์เวย์ ใช้เงินสกุลโครน (NOK/kr)

โดยช่วงที่เราไป 1 NOK เท่ากับ 3.5 บาท 

(นี่คือช่วงที่เงินบาทแข็งค่าแล้ว แต่เงิน NOK ดันแข็งค่ากว่า แถมแข็งค่าขึ้นเรื่อยๆ)


ปัจจุบันนอร์เวย์ยังคงใช้เงินสดได้อยู่ 

แต่ว่านักท่องเที่ยวอย่างเราสามารถใช้บัตรเครดิตหรือ Travel Card ได้ 100% โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยว

แต่ควรเตรียมบัตรไว้หลายๆ ค่าย เผื่อเกิดปัญหา (เช่นระบบล่ม) เพราะบ่อยครั้งที่ตัดบัตรเครดิตไม่ผ่าน ต้องเปลี่ยนใบ (ทุกอันควรกำหนด PIN ไว้แล้ว โดยสำหรับการซื้อสินค้าในต่างประเทศ จะใช้ PIN 4 หลัก)

กรณีตัดบัตรไม่ผ่าน อาจจะลองเปลีย่นจากการแตะบัตร เป็นเสียบบัตรแทน (บัตร Youtrip เราต้องเสียบอย่างเดียวเลย) หรือถ้า PIN ไม่ผ่าน อาจจะบอกพนง. ขอเป็น Sign แทน



ภาษา



ภาษานอร์เวย์ (Norwegian / Norsk) เป็นภาษาประจำชาติของที่นี่ จัดอยู่ในกลุ่มภาษาเจอร์มานิก

อย่างไรก็ตาม ชาวนอร์เวย์ส่วนใหญ่พูดภาษาอังกฤษได้คล่องแคล่วและสื่อสารได้ดีมาก



การขับรถเช่า

ในเมืองต่างๆ หากเป็นใจกลางเมือง สามารถนั่งรถสาธารณะได้ รถมาบ่อย และมีแอพพลิเคชั่นที่สะดวกสบาย ทั้งเรื่องการจ่ายเงิน ค้นหาเส้นทางรถ หรือการ Tracking รถ

แต่ถ้าออกไปนอกเมือง ควรเช่ารถขับมากกว่า เพราะว่ารถสาธารณะมีน้อย


รถเช่า สามารถเลือกจองได้จากบริษัทรถเช่าโดยตรง

เช่น Hertz, Avis, Sixt, Europcar, Budget, Alamo, Enterprise 

หรือผ่านเอเจนต์ที่น่าเชื่อถือ เช่น Rentalcars, trip, Rentalcars

หรือบริษัทรถเช่าท้องถิ่น เช่น Rent a Car Lofoten


อย่าลืมซื้อประกันแบบ Full Coverage ไว้ ซึ่งสามารถซื้อได้โดยตรงกับบริษัทรถเช่า 

ถ้าเป็นประกันของ Agent มักจะเป็น ของบริษัทภายนอก เช่น RentalCover ซึ่งเราต้องออกเงินก่อน เคลมทีหลัง


การขับรถบนถนนของนอร์เวย์

สำหรับรถในนอร์เวย์ พวงมาลัยจะอยู่ทางซ้าย และขับชิดขวา

ถนนในโลโฟเทน มักจะจำกัดความเร็วอยู่ที่ 60 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง เนื่องจากถนนแคบ และลื่นในฤดูหนาว


รถเช่ามีทั้งแบบเติมน้ำมัน และรถไฟฟ้า 

ถึงแม้ คนนอร์เวย์จะนิยมใช้รถไฟฟ้า แต่ปั๊มน้ำมันก็ยังหาง่าย และมีอยู่ทั่วไป


การจอดรถและป้ายจราจร

การจอดรถในนอร์เวย์ เน้นการใช้แอพพลิเคชันหรือเว็บเป็นหลัก (เช่น EasyPark, Apcoa) หรือตู้ชำระเงินอัตโนมัติ หรือเว็บ เช่น YouPark


ห้ามจอดบนถนนที่ห้ามจอด (ป้ายขีดฆ่าสีแดง) หรือที่จอดผู้พิการโดยเด็ดขาด 


รูปซ้าย คือ เขตห้ามจอดรถคือพื้นที่ที่กำหนดไว้ซึ่งห้ามจอดรถโดยเด็ดขาด 
รูปขวา ส่วนที่ทำเครื่องหมายไว้ คือ เขตอนุญาตให้จอดรถได้ ในพื้นที่เหล่านี้


ป้ายตัว P หมายถึงจอดได้ แต่อาจมีข้อจำกัดด้านเวลาหรือเสียค่าใช้จ่าย 

ป้ายจอดรถมักระบุเวลาและค่าใช้จ่าย ควรตรวจสอบป้ายให้ชัดเจนก่อนจอดทุกครั้ง เพราะค่าปรับค่อนข้างสูง

ป้ายสีน้ำเงิน ใช้กับถนนสาธารณะ 

ป้ายสีขาว ใช้กับพื้นที่จอดรถที่จำกัดหรือพื้นที่จอดรถส่วนบุคคล


ป้ายตัว M คือห้ามจอด  เป็น บริเวณทางหลีก ให้หลบรถได้เฉยๆ



ที่จอดห้างสรรพสินค้า ส่วนใหญ่จอดฟรี 1-2 ชั่วโมงแรก แต่หลายแห่งเปลี่ยนเป็นระบบอัตโนมัติที่ต้องลงทะเบียนเลขทะเบียนรถในแอป หรือที่ตู้ 

การจอดรถริมทาง ห้ามจอดบนทางหลวงที่กำหนดความเร็วเกิน 50 กม./ชม. หรือถนนที่คับแคบและไม่มีป้ายอนุญาต 

จุดจอดรถชาร์จไฟ ต้องเสียค่าชาร์จ และมักจอดได้เฉพาะรถไฟฟ้า


ถนนที่มีความสำคัญลำดับแรก

ไม่อนุญาตให้จอดรถบนถนนที่มีจำกัดความเร็วเกิน 50 กม./ชม. 

ส่วนถนนที่มีจำกัดความเร็ว 50 กม./ชม. หรือต่ำกว่านั้น โดยทั่วไปแล้วอนุญาตให้จอดรถได้ เว้นแต่จะมีป้ายประกาศเป็นอย่างอื่น

รถทุกคันที่จอดในลักษณะกีดขวางหรือเป็นอันตรายต่อการจราจรจะถูกลากไป



ห้ามจอดรถหน้าทางเข้าบ้าน ทางเข้าอาคาร หรือโรงจอดรถที่มีทางออกสู่ถนนสาธารณะ การกีดขวางการจราจรในบริเวณนี้อาจนำไปสู่การลากรถได้


ค่าปรับ หากจอดผิดกฎหรือลืมจ่ายค่าจอด ค่าปรับจะอยู่ที่ประมาณ 700-900 นอร์เวย์โครน (NOK) หรือสูงกว่านั้น


คำศัพท์ที่มักเจอบริเวณจุดจอดรถ

Maks ย่อมาจาก Maksimum = สูงสุด, มากที่สุด

Time/Timer = ชั่วโมง

Avgift = ค่าธรรมเนียม, ค่าบริการ 

Gratis = ฟรี

Mot = ต่อ, ถึง, แลกกับ (for/against) 

Parkeringsavgift = ค่าจอดรถ


ตัวอย่างเช่น

Maks 1 time แปลว่า จอดได้สูงสุด 1 ชั่วโมง

Maks 2 timer แปลว่า จอดได้สูงสุด 2 ชั่วโมง

Maks 2 timer mot avgift แปลว่า จอดได้สูงสุด 2 ชั่วโมง โดยต้องเสียค่าธรรมเนียม 


สัญลักษณ์อื่นๆ ที่พบได้บริเวรณที่จอดรถ



ห้องน้ำสาธารณะ



เป็นสิ่งหนึ่งที่ไม่ค่อยชอบเลยของที่นี่ (แต่จริงๆ ที่ยุโรปก็มักเป็นแบบนี้)

ห้องน้ำมักจะหาได้ทั่วไป แต่ ... ไม่ฟรี ราคาอยู่ที่ประมาณ 10 NOK ขึ้นไป สามารถแตะบัตรจ่ายได้

ค้นหาห้องน้ำได้จาก Google Map 

แต่ถ้าคุณไปอ่านรีวิว จะพบว่า เกือบทุกแห่งที่จ่ายตังค์ รีวิวค่อนข้างแย่


ส่วนห้องน้ำที่ฟรี ก็หายากมาก มักจะมีริวิวที่ดีกว่ามาก

ปั้มก็ไม่มีห้องน้ำให้เข้า 

ห้างสรรพสินค้าก็จะต่างจากบ้านเรา ของเค้าจะเป็นร้านอยู่ในตึกเช่าหรือตึกของตัวเอง ไม่ได้อยู่รวมๆ กัน และมักจะไม่มีห้องน้ำให้บริการ

พวกซุปเปอร์และร้านฟาสฟู้ด บางแห่งมีห้องน้ำให้เข้าได้ฟรี แต่บางแห่งต้องใช้รหัสหลังใบเสร็จในการเข้าห้องน้ำ



ปลั๊กไฟ

ส่วนใหญ่จะใช้แบบปลั๊กกลม 2 ขา Type F

แนะนำให้พก ปลั๊กไฟ Universal ไปด้วย



แอพและเว็บที่ใช้




1. Google Map

เอาไว้ดูแผนที่ รวมถึงค้นหาสถานที่ต่างๆ



2. Google Translate

เนื่องจากประเทศนอร์เวย์ใช้ภาษานอร์เวย์เป็นหลัก บางครั้งจึงต้องใช้แอพนี้ในการแปลข้อมูลต่างๆ 

ส่วนใหญ่เราเอาไว้แปลของในซุปเปอร์มาร์เก็ต


3. Aurora

เป็นแอพสำหรับดูพยากรณ์แสงเหนือ สามารถตั้งค่าให้แจ้งเตือน เวลาที่เรามีโอกาสเจอแสงเหนือได้ด้วย

ข้อมูลสำคัญๆ ในแอพนี้ได้แก่


KP Index จะบอกค่า KP Index ณ เมืองปัจจุบันหรือเมืองที่เลือกเอาไว้



Aurora Map เมื่อกดเข้าไป จะแสดงขอบเขตที่แสงเหนือพาดผ่าน




Viewing Probability บอกโอกาสที่จะได้เห็นแสงเหนือ ณ โลเคชั่นที่เลือกไว้ % ยิ่งมากยิ่งดี
Cloud Coverage Tonight บอกปริมาณเมฆบนฟ้า เลขยิ่งน้อยยิ่งดี



KP Index - History บอกค่า KP ณ ปัจจุบัน รวมถึงในช่วงเวลาที่ผ่านมา

KP Index - Upcoming Hours เป็นการพยากรณ์ ค่า KP ในอนาคตอันใกล้ (เป็นแค่พยากรณ์ อาจจะไม่เกิดขึ้นจริง ต้องไปลุ้นเอาเอง)



Solar Wind Bz (NT) บอก ทิศทางสนามแม่เหล็ก ยิ่งค่าติดลบยิ่งดี ควร -10 ขึ้นไป จะมีโอกาสเห็นแสงเหนือได้ ค่านี้สำคัญกว่า KP เสียอีก





4. SpaceWeatherLive

เป็นแอพ อีกอันที่แนะนำให้มีติดไว้คู่กับแอพ Aurora โดยแอพนี้จะให้บริการข้อมูลพยากรณ์และรายงานสถานะสภาพอากาศในอวกาศ (Space Weather) แบบเรียลไทม์ โดยเน้นหนักที่ข้อมูลพายุสุริยะ กิจกรรมบนดวงอาทิตย์


5. Yr

เป็นแอพพยากรณ์อากาศของที่นี่ ค่อนข้างแม่นทีเดียว แต่สภาพอากาศที่ Lofoten ค่อนข้างแปรปรวน วันนึงมี 3 ฤดู ต้องคอยเช็ครายชั่วโมง



6. Windy

เป็นแอพ พยากรณ์อากาศทั่วโลก คล้ายกับ Yr แต่ที่เราแนะนำแอพนี้ด้วย เนื่องจากมันสามารถพยากรณ์พวกตำแหน่ง และความหนาแน่นของเมฆได้ด้วย เอาไว้สำหรับคนที่อยากหนีเมฆ ไปล่าแสงเหนือนั่นเอง


7. Vy

เป็นแอพ ช่วยจองตั๋วรถไฟ รถบัส เรือเฟอร์รี่

โดยเน้นซื้อตั๋วรถไฟและรถบัสของ Vy เป็นหลัก

พวกรถไฟบนเส้นทาง Norway in a Nutshell สามารถจองผ่านแอพนี้ได้


8. Entur

เป็นแอพ ทางการระดับประเทศที่รวมระบบขนส่งสาธารณะ ทุกประเภท (รถไฟ, บัส, เรือ, รถไฟใต้ดิน) ทั่วทั้งนอร์เวย์ ทั้งค้นหาเส้นทางและซื้อตั๋วได้ครบวงจร 

ถ้าเทียบกับ Vy จะครอบคลุมกว่า

ตัวอย่างเช่น รถบัส 950 บนเส้น Norway in a Nutshell จะไม่สามารถซื้อผ่าน Vy ได้ แต่ซื้อผ่าน Entur ได้


วิธีการใช้งานง่ายๆ

ในหน้าแรก สามารถกรอกเป็น ชื่อเมือง สถานีรถบัส/รถไฟ ป้ายรถบัส ลงไปได้เลย



มันจะมีชื่อที่เราสามารถเลือกได้ พร้อมไอคอนแสดงว่า เป็นชื่อของขนส่งแบบไหนด้วย เราจะได้เลือกถูก



พอเลือกเสร็จ มันก็แสดงเส้นทางแนะนำขึ้นมา

จากตัวอย่างคือ Seminarbakken > Tromso lufthavn ซึ่งเป็นป้ายรถจากหน้าโรงแรมเรา ไปยัง สนามบิน Tromso 



เราเลือกเส้นทางที่ 2 รถบัสสาย 42

มันก็จะแสดงรายละเอียดการเดินทาง ตำแหน่งปัจจุบันของรถบัส ป้ายจอดต่างๆ 

และแสดงราคาค่าตั๋วโดยสาร พร้อมไอคอนที่แสดงแอพขนส่งหลักของเส้นทางนั้น

เช่นเส้นทางนี้จริงๆ เราจะต้องซื้อตั๋วผ่านแอพ Svipper แต่เรามาซื้อผ่าน Entur ได้เช่นกัน 



หรือตัวอย่างที่สอง หน้าแรก เลือก Bergen Station > Voss Station ซึ่งเป็นเส้นทางหนึ่งใน Norway in a Nutshell 

มันก็จะแสดงรายละเอียดการการเดินทางทั้งหมดขึ้นมาเช่นกัน



พอเลือกเส้นทางได้ ก็จะไปหน้าแสดงรายละเอียดการเดินทาง และราคา และไอคอนของ Vy เพราะเป็นรถไฟของ Vy นั่นเอง


นอกจากนี้เรายังสามารถซื้อตั๋วได้ทั้งรายรายเที่ยว และรายวัน หรือพีเรียด

โดยไปที่ปุ่ม Tickets ในแถบเมนูด้านล่าง จากนั้นกดปุ่ม Buy Ticket

(สามารถกดจากปุ่ม Purchase new ticket ในหน้าแรกได้เช่นกัน)


กดปุ่ม Change 



เปลี่ยน/เลือกบริษัทที่ต้องการจะซื้อตั๋ว



จากนั้นแอพจะเข้าสู่หน้าซื้อตั๋วของบริษัทที่เลือก

กรอก Zone หรือ Stop ที่ต้องการ (ปกติหลายพื้นที่จะแบ่งเป็น Zone ต้องเช็คสถานที่ที่ต้องการไปกับในเว็บของขนส่งก่อน)


เลือกแบบตั๋วที่ต้องการ เชน Single Ticket, Daily Pass, Weekly Pass (แต่ละบริษัทอาจจะมีตัวเลือกต่างกัน)

จากนั้นก็ไปชำระเงิน


เป็นอันเสร็จสิ้นการซื้อตั๋ว

กดปุ่มเมนู Tickets เพื่อดูตั๋วที่ซื้อไป (และยังไม่หมดอายุ) หรือ More ด้านล่าง แล้วเลือกเมนู Orders and receipts เพื่อดูตั๋วที่เคยซื้อไว้ได้


* แอพ Vy และ Entur สามารถล็อคอินด้วยอีเมล์ได้ และสามารถ Login ได้หลายเครื่อง แต่จะมีเครื่องหลักเพียงเครื่องเดียว ถ้าซื้อตั๋วแล้ว ต้องการจะโชว์ตั๋ว/QR (ตั๋วจะสามารถกดโชว์ได้เมื่อใกล้ถึงเวลารถออกเท่านั้น) ต้องใช้เครื่องหลัก หรือดาวน์โหลด/ย้ายจากเครื่องหลักไปเท่านั้น แต่ทุกเครื่องจะสามารถรายละเอียดการจองได้เหมือนกันหมด



9. Vegvesen trafikk

เป็นแอพ กรมการขนส่งทางบกนอร์เวย์ ที่ให้ข้อมูลการจราจรแบบเรียลไทม์ เช่น ถนนปิด งานซ่อมบำรุง กล้องจราจร สภาพอากาศ จุดพักรถ และเรือข้ามฟาก พร้อมฟีเจอร์แจ้งเตือนเส้นทางและข้อจำกัดสำหรับรถบรรทุก

เนื่องจากถนนใน Lofoten หลักๆ มีเส้นเดียว (E10) กรณีมีงานซ่อม อาจจะเปิดให้ใช้งานบางช่วง

เช่นตอนที่เราไป อุโมงค์เชื่อมระหว่าง Leknes กับ Napp ปิดซ่อม จะเปิดให้รถวิ่งผ่านทุกชม. จึงต้องวางแผนดีๆ

นอกจากนี้ หากเกิดอุบัติเหตุบนถนนหลัก อาจจะทำให้ต้องปิดถนน แอพนี้ก็สามารถบอกได้เช่นกัน


10. Svipper

เป็นแอพ สำหรับการวางแผนการเดินทาง และซื้อตั๋ว ขนส่งสาธารณะ (รถบัสและเรือด่วน) ในเมือง Tromsø


11. Skyss

เป็นแอพ สำหรับวางแผนการเดินทางด้วย และซื้อตั๋วขนส่งสาธารณะ (รถบัส, รถไฟเบา, เรือ) ในเขต Vestland เช่น Bergen

** Skyss Billett เป็นแอพเก่า ต้อง login ด้วยเบอร์ในยุโรปก่อนถึงจะซื้อตั๋วได้


12. Ruter

เป็นแอพ สำหรับวางแผนการเดินทางด้วย และซื้อตั๋วขนส่งสาธารณะ (รถเมล์, รถไฟใต้ดิน, รถราง, เรือเฟอร์รี่) ในเมือง Oslo


* ทั้งสามแอพด้านบน สามารถเลือกซื้อแบบรายเที่ยวและรายวันได้

* บางแอพไม่ต้อง Login แต่เวลาซื้อตั๋วแล้ว ตั๋วจะถูกเก็บไว้ในเครื่อง ดังนั้น ห้ามทำเครื่องหาย

* สามารถ Activate ตั๋วผ่านแอพได้เลย เวลาใช้ ก็โชว์ตั๋วให้เจ้าหน้าที่ ซึ่งโดยปกติ ตั๋วจะนับเวลาที่เหลืออยู่ของตั๋ว (ตั๋วเที่ยวเดียว มักจะ Active ให้ 1 ชม. ดังนั้นใน 1 ชม. เราอาจจะนั่งได้มากกว่า 1 เที่ยว)

* กรณีไม่อยากโหลดแอพพวกนี้ ใช้ Entur แทนได้


13. EasyPark

เป็นแอพ สำหรับจัดการที่จอดรถ (จองและจ่ายค่าจอดรถ)

จำเป็นต้องลงทะเบียน ทะเบียนรถและบัตรเครดิตก่อนใช้งาน


วิธีการใช้งาน

1. มองหา P และป้ายของ EasyPark พร้อมทั้งเปิดแอพไปด้วย เพื่อตรวจสอบพื้นที่จอด

ตัวอย่างป้าย 


2. ตรวจสอบหมายเลขพื้นที่ (Area Code) ของจุดที่จอดบนแอพ และที่แสดงบนป้ายจอดให้ตรงกัน

3. เลือกระยะเวลาที่ต้องการจอด (สามารถปรับเพิ่มได้ตลอดเวลา)

4. กดปุ่มเพื่อเริ่มจอด (Start) 

5. ระหว่างจอด สามารถตรวจสอบเวลาและค่าใช้จ่ายได้แบบ Real-time 

6. เมื่อจะออกจากลานจอดรถ ให้เปิดแอพ แล้วกดปุ่ม Stop 

7. ระบบจะคิดค่าจอด และคิดค่าจอดให้


ข้อแนะนำเพิ่มเติม 

ระบบกล้อง (AutoPay): ลานจอดส่วนใหญ่ใช้กล้องตรวจจับป้ายทะเบียน แค่ตั้งค่าในแอปให้เรียบร้อย ระบบจะคำนวณและตัดเงินอัตโนมัติเมื่อขับออก 

ที่จอดฟรี (Free Parking): หากมีเวลาจอดฟรี ต้องตรวจสอบป้ายกฎการจอดเสมอ อาจต้องกดเลือกเวลาฟรีในแอพ เช่น ป้ายบอกจอดฟรี 20 นาทีแรก เราต้องเลือกระยะเวลาจอดให้อยู่ในช่วง 20 นาที แล้วกด Start พอจะออกจากลานจอดรถ ก็กด Stop เหมือนเดิม เพียงแต่ระบบจะคิดค่าจอดให้ 0 Nok

สัญลักษณ์ที่จอดรถ: ป้ายที่จอดรถในนอร์เวย์อาจจะมีหลายหลายเจ้า แต่จะมีข้อมูลบอกว่าเป็นพื้นที่จอดของเจ้าไหน หากเป็นพื้นที่ของ EasyPark จะมีโลโก้หรือรหัสพื้นที่ระบุ

ระวังจอดผิด!!! ต้องตรวจสอบพื้นที่จอดกับแอพเสมอด้วย



14. YouPark

https://www.youpark.no/ เป็นเว็บไซต์ สำหรับชำระค่าจอดรถ 

ระบบจอดรถอัตโนมัติที่ใช้กล้องตรวจจับป้ายทะเบียน (ANPR) เมื่อเข้า-ออกลานจอด

คือ เมื่อเราขับรถผ่านกล้องปุ๊บ จะโดนจับป้ายทะเบียนปั๊บ แกโดนแน่ 555555

วิธีการใช้

ที่จอดรถของที่นี่ จะต่างจาก EasyPark คือ นับเวลาอัตโนมัติ แม้ไม่ได้ตั้งใจเข้าจอด 55555

แต่บางทีจะมีช่วงเวลาให้กลับตัวกลับใจ เช่น เค้าจะกำหนดให้จอดฟรี 5 นาทีงี้

แต่ถ้าเราตั้งใจจอด หรือจอดเกินเวลา ก็แค่จอดรถเฉยๆ เพราะระบบมันบันทึกป้ายทะเบียนไว้แล้ว

หลังจากที่เราเอารถออกจากจุดจอดแล้ว 

1. ให้เข้าไปที่เว็บ https://www.youpark.no/

2. กรอกเลขทะเบียนรถ

3. ระบบจะแจ้งว่าเราจอดที่ไหน กี่นาที ค่าจอดเท่าไหร่

4. เราก็แค่กดปุ่ม Payment แล้วกรอกข้อมูลบัตร และอีเมล์

5. เมื่อชำระเงินเรียบร้อย ระบบจะส่งอีเมล์แจ้ง

* ต้องชำระภายใน 48  ชม.

* กรณีกรอกเลขทะเบียนแล้ว ไม่มีข้อมูล แปลว่า เราไม่ได้จอด หรือชำระครบหมดแล้ว

* ทึ่จอดรถของ Uttakleiv Beach สามารถจ่ายผ่านเว็บ YouPark ได้


15. Norway's best

https://www.norwaysbest.com/en เป็นเว็บไซต์ สำหรับจองประสบการณ์ท่องเที่ยวในนอร์เวย์ โดยเน้นพื้นที่ฟยอร์ดและภูเขา เช่น Flåm, Geiranger และ Lofoten ให้บริการครบวงจรทั้งรถไฟสายโรแมนติก (Flåm Railway) ล่องเรือชมฟยอร์ด กิจกรรมตามฤดูกาล ที่พัก และการเดินทางในที่เดียว



การเดินทางไป เกาะ Lofoten

หมู่เกาะโลโฟเทนตั้งอยู่ทางเหนือสุดของประเทศนอร์เวย์

การเริ่มต้นเที่ยวเกาะ Lofoten ประเทศนอร์เวย์ นิยมเริ่มต้นที่เมือง Svolvær (สโวลเวอ) ซึ่งเป็นเมืองหลวงและศูนย์กลางการเดินทางที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะ Austvågøya หรืออาจเริ่มต้นที่เมือง Leknes ซึ่งอยู่ทางตอนกลางของเกาะ เพราะแหล่งท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะอยู่กลางเกาะไปจนถึงท้ายเกาะ


การเดินทางจาก Oslo

เอาเฉพาะวิธีที่ฮิตๆ นะ จริงๆ มันมีหลายวิธีมาก


1. เครื่องบินล้วนๆ
โดยนั่งเครื่องบินจากสนามบิน Oslo ไปลงสนามบิน Leknes หรือ Svolvær ก็ได้

ข้อดี ไว ใช้เวลาเร็วสุด ประมาณ 2 ชม. ครึ่ง

ข้อเสีย แพง ราคาประมาณ 6,000+ รวมกระเป๋าโหลด


โดยทั้งสองเมือง จะมีบินตรงแค่บางช่วง เช่น ช่วงเดือนสิงหาคม 

แต่ราคาแพงกว่าแบบต่อเครื่องมาก (แต่ใช้เวลาพอกัน)


กรณี ไม่มีบินตรง เราต้องบินมาลงเมือง Bodø ก่อน แล้วค่อยต่อเครื่องไป

Oslo > Bodø > Leknes/Svolvær 

  • เที่ยวบิน มีหลายเวลา 
  • ราคาประมาณ 6,000+ รวมกระเป๋าโหลด  
  • เที่ยวที่ใช้เวลาสั้นสุดประมาณ 2 ชม. ครึ่ง โดยแวะที่ Bodø ครึ่งชม. 


หรือบินไปเที่ยว Tromsø ก่อน แล้วค่อยบินมา Lofoten

Oslo > Tromsø > Leknes/Svolvær 


2. เครื่องบิน + เรือ
โดยบินไปลง Bodø ก่อน (1 ชม.) แล้วนั่งเรือ Ferry ไปลง Moskenes (ทางใต้ของเกาะ) 
ในส่วนของ Ferry ใช้เวลา 3 ชม. ราคาประมาณ 300 บาท

ข้อดี ราคาถูกกว่ามาก

ข้อเสีย ช้า และมีรอบน้อย มีแค่ช่วงเช้าตรู่ กับรอบเย็น



ซุปเปอร์มาร์เก็ต

ที่นอร์เวย์ จะมีซุปเปอร์มาร์เก็ตอยู่หลายเจ้า

มีขายพวกของสด ของแห้ง เครื่องดื่ม เหมือนบ้านเรา

ป้ายสินค้ามักจะเป็นภาษานอร์เวย์




ส่วนใหญ่จะเปิด จันทร์ - เสาร์ 

หยุดวันอาทิตย์และวันหยุดนักขฤกต์


โดยเจ้าที่มีสินค้าราคาค่อนข้างถูกกว่าหลายๆ เจ้าได้แก่ Rema 1000, Kiwi, Coop

แต่ถึงแม้จะเป็นเจ้าเดียวกัน แต่ถ้าอยู่คนละเมืองหรือคนละพื้นที่ ก็อาจจะมีราคาแตกต่างกันได้


อย่างโค้กขวดเล็กแบบในรูป ถ้าเป็นร้าน Coop Extra ใน Leknes จะราคาประมาณ 19 NOK ถ้าซื้อร้าน Bunnprise จะ 21 NOK แต่ถ้าเปลี่ยนร้านไปซื้อที่ร้าน Coop ที่ Flam จะราคา 31 NOK เลยทีเดียว

ปล. ถ้าชอบกิน แนะนำขวด 1.5L ถูกกว่าเยอะมาก


ยืดอกพกถุง

ซุปเปอร์มาร์เก็ตจะไม่มีถุงให้ ถ้าอยากได้ ต้องจ่ายเงิน และราคาก็แพงมาก ประมาณ 6 NOK

ดังนั้น จึงควรพกถุงพลาสติกมาเอง

แต่ถ้าไม่มีถุงจริงๆ เราสามารถหยิบได้ตรงเคาน์เตอร์ชำระเงินนั่นแหละ ถุงละ 6 NOK กดซื้อตอนขั้นตอนท้ายๆ ของการชำระเงิน (ไม่ต้องแสกน)


ผักและเนื้อ

ส่วนใหญ่จะจัดเป็นแพ็คไว้ให้แล้ว


ผลไม้

บางอย่างขายเป็นกก. ซึ่งเราต้องนำไปชั่งนน. เอาเอง

ถุงพลาสติกเล็กๆ ที่เอาไว้ใส่ผลไม้ อันนั้นฟรีนะ บางทีซื้อผลไม้ก็เอาถุงผลไม้นั่นแหละ ใส่ของด้วย


สินค้าแบรนด์ของร้าน

ร้านบางร้านจะมีสินค้าแบรนด์ของตัวเอง เป็นสินค้าทางเลือกราคาถูก เช่น Cola ของ Coop รสชาติเหมือนโค้ก แต่ราคาถูกกว่ามากกกกกก


การชำระเงิน

หลายร้าน จะเป็นแบบ Self Service ทำทุกอย่างเอง

ทั้งชั่งนน. ผลไม้ และแม้แต่ชำระเงิน

แต่การใช้งานไม่ยาก แอบส่องคนข้างๆ ก็เดาได้ละ


สินค้ายกแพ็ค

สินค้าบางอย่าง จะตั้งไว้เป็นแพ็ค แต่เราจะเห็นว่า ลูกค้า สามารถแกะออกจากแพ็ค เพื่อซื้อแค่ชิ้นเดียวได้

เพื่อความชัวร์ ถ้าเราอยากซื้อชิ้นเดียว ให้เลือกซื้อจากแพ็คที่ถูกแกะออกแล้ว หรือ นำไปถามพนักงาน ว่าสามารถซื้อแค่ชิ้นเดียวได้ไหม



ค่ามัดจำขวด


ค่ามัดจำขวดในนอร์เวย์ (เรียกว่า Pant) 

จะถูกบวกเพิ่มไปกับราคาสินค้าเมื่อซื้อเครื่องดื่ม โดยคิดตาม Pant ที่แปะอยู่ข้างขวดหหรือกระป๋อง


เช่น โค้ก 1 ขวด มีป้ายราคาบอกว่า 20 NOK +Pant และที่ขวดมีป้ายบอก 3 Pant แปลว่า ตอนจ่ายเงิน เราจะต้องจ่าย 20 + 3 = 23 NOK


ผู้ซื้อสามารถนำขวดและกระป๋องไปคืนที่ตู้รับคืนอัตโนมัติในซูเปอร์มาร์เก็ต เพื่อรับเงินมัดจำคืนได้ตามราคา Pant ที่แปะไว้

ตู้รับคืนขวด จะมีหน้าตาคล้ายๆ กัน คือมีช่องกลมๆ สำหรับใส่ขวด/กระป๋อง

วิธีใช้งานง่ายๆ แค่เปลี่ยนภาษา แล้วค่อยๆ วางขวด/กระป๋องในช่อง ไปเรื่อยๆ มันจะไหลเข้าเครื่องไปเอง แล้วจะมีหน้าจอบอกยอดเงินรวม จากนั้นก็เลือกปรินท์ใบเสร็จ


แล้วรับใบเสร็จมา

ใบเสร็จจะสามารถแลกเป็นเงินสดหรือส่วนลดตอนจ่ายเงินได้ แต่ต้องใช้ที่ร้านและสาขาที่เอาขวดไปคืนเท่านั้น (ต่างสาขาไม่การันตีว่าจะใช้ด้วยกันได้)




ฝาขวดน้ำ

ฝาขวดน้ำในประเทศนอร์เวย์ (และยุโรป) ส่วนใหญ่เป็นแบบ "ฝาติดกับขวด" (Tethered Caps) ตามกฎของสหภาพยุโรปเพื่อลดขยะพลาสติก 
เมื่อหมุนเปิดแล้วฝาจะยังคงติดอยู่กับตัวขวดพลาสติก 



ทำให้สะดวกในการรีไซเคิลพร้อมกัน และลดปัญหาฝาหลุดรอดไปตามชายหาด 
แม้ผู้ใช้บางส่วนจะรู้สึกว่าใช้งานไม่สะดวก แต่เป็นข้อบังคับเรื่องสิ่งแวดล้อม

ซึ่งความไม่สะดวกของมัน สำหรับเรา คือ เวลาจะปิดฝากลับเข้าไป มันค่อนข้างยาก บางทีเราเห็นว่า มันปิดแล้ว แต่จริงๆ มันไม่ยังไม่สนิท และเราจะเจอสถานการณ์น้ำหกอยู่ตลอด

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ʕ•ᴥ•ʔ ♡ ยืนงงในดงจีน ปี 2 : ประสบการณ์การซื้อยา Diamox ที่โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน

ʕ•ᴥ•ʔ ♡ ยืนงงในดงจีน ปี 2 : Day 6 ภูเขาหิมะสือข่า [Shika Snow Mountain 石卡雪山] & วัดซงจ้านหลิน [Songzanlin Monastery 颂赞林寺]

ʕ•ᴥ•ʔ ♡ ยืนงงในดงจีน @1st time : Day 2 - เยือนถิ่นอวตาร 乾坤柱 ชมโชว์จิ้งจอก 天門狐仙