Day 7 Bergen in Half a Day
18 มีนาคม 2569
วันนี้เราต้องตื่นเช้าเป็นพิเศษ
เก็บของ ล้างจานชาม และเก็บเข้าที่
แล้วเอาขยะออกไปทิ้ง
จากนั้นก็ออกเดินทางจากอพาร์ทเม้นต์ได้เลย
ออกมาตั้งแต่ตอนตี 5 ไปขึ้นรถสาย 42 คู่ใจ เพื่อไปให้ถึงสนามบินตอน 6 โมง
วันนี้เรามีไฟต์บินตอน 8 โมงเช้า จาก Tromsø ไปยัง Bergen
กับสายการบิน Widerøe WF621 รอบ 08:00 - 10.10 ได้มาในราคา 4,000 รวมน้ำหนักกระเป๋า
สนามบิน Tromsø เป็นสนามบินขนาดเล็ก
ตอนเช็คอิน ก็ใช้เครื่อง Kios เหมือนเดิม
และต้องนำกระเป๋าไปโหลดเองที่เครื่อง
หลังจากนั้นก็ขึ้นบันไดเลื่อน และไปตรวจสัมภาระขึ้นเครื่อง
การตรวจสัมภาระ ยังเข้มงวดเหมือนทุกสนามบินที่ผ่านมา
ตรวจเสร็จปุ๊บ เดินออกมา
เจอเกตเลย เออ ง่ายดีแหะ
ต้องรอที่เกตนี้อีก 1 ชม.
พอได้ยินเสียงประกาศเรียกขึ้นเครื่อง ก็ต่อแถว สแกน Boarding pass (ไม่มีการตรวจเอกสารอื่นๆ เลย)
แล้วเดินขึ้นเครื่อง
ตอนนี้ฝนกำลังตกเลย
เที่ยวบิน Widerøe WF621 จะเป็นที่นั่งแบบ 2-2 เลือกที่นั่งฟรีไม่ได้
เครื่องบินใช้เวลาบิน 2 ชม. ก็มาถึงสนามบิน Bergen
จากนั้นก็เดินตามป้ายเพื่อไปรับกระเป๋า และออกจากสนามบิน
เราจะเดินทางเข้าเมืองกันโดย Bergen Light Rail line 1 หรือ Bybanen เพราะราคาถูกกว่า Airport bus (Flybussen) 100 NOK เลย แต่จะต้องเดินเท้าเยอะกว่า
โดยให้มองหาป้าย Bybanen หรือ Light rail
เมื่อเดินออกมาจะเจอ บันไดเลื่อนทางลงไปยังสถานี
สามารถซื้อตั๋วได้ผ่านแอพ Skyss หรือตู้ขายตั๋วสีแดงๆ ตรงบันไดเลื่อน
การซื้อตั๋วทำได้ไม่ยาก เลือก Zone A แบบ 1 ชั่วโมง แล้วเลือกจำนวนคน
จากนั้นก็ชำระเงิน
แต่ ปัญหาคือ หลังจากชำระเงินแล้ว
ตั๋ว ... อยู่ไหน 😑
เครื่องมันไม่ได้ปรินท์ตั๋วออกมา เพราะตั๋วจะอยู่ในระบบ
ซึ่งเราหาไม่เจอ 😢
ชิบ หาย แล้วววววววววววววววววววววว 😱
ลองกดให้ส่ง SMS ก็ไม่ได้ กดอยู่หลายรอบก็ไม่ส่งมา
มันบอกว่าถ้าจ่ายผ่าน Google Wallet ก็ให้ไปดูใน Transaction ก็หาไม่เจอ
อร๊าาาาาาย ทำไงดี 😰
ตั๋วมีเวลาแค่ 1 ชม. แต่เรา งมหาตั๋วไปแล้ว 10 กว่านาที
โชคดีที่ตั๋วมันอยู่ในระบบมันเลย สามารถเข้าเว็บ https://billett.skyss.no/receipt (สแกน QR ที่เครื่องก็ได้)
จากนั้นก็กรอกข้อมูลบัตรเครดิตที่ใช้จ่ายเงินลงไป มันก็จะโชว์ข้อมูลตั๋วมาให้
เฮ้ออออออ เจอตั๋วแล้ววววววว 😅
จากนั้นก็ลงบันไดเลื่อนมาชั้นล่าง
ขบวนนี้เป็นต้นทาง ที่นั่งว่างมาก สามารถเลือกได้ตามสบาย
รถรางจะจอดรับส่งคนตามสถานีต่างๆ ระหว่างทาง
รถรางใช้เวลาประมาณ 45 นาทีก็มาถึงสถานีปลายทาง Byparken
เราต้องเดินต่อจากตรงนี้ไปประมาณ 400 เมตร เพื่อไปที่โรงแรม
พยากรณ์อากาศ Bergen วันนี้คือ มีหมอก
ระยะทางไปโรงแรม ดูเหมือนจะไม่ไกลมาก
แต่ความยากคือ ถนนหนทางหลายจุดมันเป็นหิน และไม่เรียบ แล้วกระเป๋าเราเป็นแบบล้อลากกกกกก
หลังจากลากกระเป๋าแบบทุลักทุเลกันมาสักพัก ก็ถึงโรงแรม
คืนนี้เราจะพักกันที่ โรงแรม Scandic Torget Bergen
เนื่องจากมาถึงไวไป ห้องยังไม่เสร็จ ก็เลยต้องเอากระเป๋ามาฝากไว้ที่ห้องรับฝากกระเป๋าชั้น 2 ก่อน
เป็นเหมือนห้องอาหาร ที่เค้ากันไว้สำหรับเก็บกระเป๋า (แตไม่ยอมเก็บโต๊ะและเก้าอี้ออก)
จากนั้นก็ตะลุยเมือง Bergen ได้
สำหรับทริปวันนี้ เรามีเวลาเที่ยวที่นี่ แค่ครึ่งวัน
พรุ่งนี้เราต้องย้ายเมือง
ดังนั้นแพลนของเรา จึงมีแค่การเดินเล่น ชมวิวไม่ไกลจากท่าเรือ
เป้าหมายแรกของที่นี่ คือ เพื่อนจะไปชิม ไส้กรอกกวางเรนเดียร์ ร้าน Trekroneren
เดินจากโรงแรมไปประมาณ 300 เมตร
สิ่งที่ชอบมากอย่างนึงของเมืองนี้ คือ ตามโซนท่องเที่ยว เค้าจะมี เก้าอี้ วางไว้ตลอดแนว
เหมาะแก่การนั่งพักสุดๆ เดินเมื่อยๆ ก็มานั่ง
อยากชมวิวตรงไหน ก็นั่งชมได้
ฝั่งตรงข้ามเราคือ Bryggen
สถานที่ถัดไปของเราคือ โซน Bergen's Historic Alleyway
เป็นย่านที่จะประกอบด้วยบ้านเรือนแบบเก่า เรียงรายอยู่ตามตรอกแคบที่เก่าแก่และงดงาม เช่น Knøsesmauet, Strangehagen, Strangebakken
จากจุดชมวิว Bergen Harbor Viewpoint เราต้องเดินขึ้นเนิน ไปยังถนน Klostergaten ก่อน
เห็นทางคดเคี้ยวแบบนี้ เค้าให้รถขับขึ้นลงได้ด้วยนะ
มาถีงด้านบนแล้ว ก็เดินไปเรื่อยๆ จะเห็นซอยแคบๆ
ถนนทำจากหิน เป็นลวดลายต่างๆ
มีบ้านเรือนแบบเก่าเรียงรายกันไป
อยากเดินซอยไหนก็เข้าไปเลย
เดินเล่นนั่นแหละ ไม่มีจุดประสงค์อะไรเป็นพิเศษ
อันนี้เป็น Knøsesmauet Rd.
Munkebekksmauet Rd.
Skottegaten Rd.
Strangebakken Rd.
จากนั้นก็เดินไปถีง Galgebakken lekeplass
ตอนแรกจะไปถึง Fredriksberg festning แต่ปวดขา เลยแวะพักที่สวนนี้
จากนั้นก็เดินกลับท่าเรือเลย ไม่ไป Fredriksberg festning แล้ว ขี้เกียจเดิน 55555
แวะถ่ายรูปที่สนามเด็กเล่น Klosterhaugen lekeplass ซึ่งอยู่ระหว่างทางกลับ
เดินกลับมาถึงบริเวณริมท่าเรือ ตรงไหนแวะได้ก็แวะ
แวะพักอีกรอบ
นั่งพักไปด้วย ชมวิวไปด้วย
แวะไปที่ Shetlands-larsens Brygge
จากนั้นก็เดินไปยัง Bryggen
ในที่สุดก็มาถึง Bryggen
Bryggen ย่านท่าเรือเก่าแก่และสัญลักษณ์สำคัญของเมือง Bergen
โดดเด่นด้วยกลุ่มอาคารไม้สีสันสดใสเรียงรายริมอ่าววาเกน (Vågen)
มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,000 ปี ในฐานะศูนย์กลางการค้าปลาแห้งและเป็นสมาชิกสำคัญของสันนิบาตฮันเซอ (Hanseatic League)
ได้รับการยกย่องจาก UNESCO ให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม
อาคารไม้เก่าแก่ที่สร้างขึ้นใหม่หลังเหตุการณ์ไฟไหม้ในปี 1702 โดยยังคงรูปแบบเดิมของยุคกลางไว้
แอบเห็นว่ามีหลังนึงแอบเนียนนะจ๊ะ 😘
เราแวะกินขนมกันที่ร้าน Kaf ที่อยู่ใน Bryggen
มีพนักงานคนไทยอยู่ที่นี่ด้วย
เราสั่งกาแฟเย็น โกโก้เย็น วาฟเฟิลโปะด้วยไอติม จนคนขายแซว เพราะอากาศข้างนอกมันหนาวมากอยู่แล้วยังจะสั่งแต่ของเย็นๆ 😅
ชั้นได้กิน วาฟเฟิลอีกแล้ว 😍
พอกินเสร็จ ก็เดินออกจากร้าน แล้วเดินเล่นต่อ
ตอนนี้ฟ้าเปิดบ้างแล้ว 😇
Bergen ในช่วงฟ้าใส 😍😍
ตอนนี้เวลาประมาณ 4 โมงเย็น
จริงๆ เราเหลือแค่ Fløibanen เท่านั้นในแพลน
แต่ว่าถ้าขึ้นไปตอนนี้ กว่าจะค่ำก็อีกนาน (เรากะว่าจะอยู่จนถึงฟ้ามืด และเมืองเริ่มเปิดไฟ)
เลยเดินไปที่ Bergenhus Fortress ที่อยู่ไม่ไกล
Bergenhus Fortress (ป้อมปราการเบอร์เกนฮัส) คือหนึ่งในป้อมปราการหินที่เก่าแก่และได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีที่สุดในประเทศ ตั้งอยู่บริเวณทางเข้าท่าเรือของเมืองเบอร์เกน เคยเป็นที่ประทับของราชวงศ์และศูนย์กลางอำนาจทางทหารที่สำคัญ
หลังจากเดินจนทั่วป้อมแล้ว ก็เดินกลับไปยัง สถานี Fløibanen
โดยอ้อมไปทางด้านหลัง Bryggen
จะเจอโบถส์ St. Mary's Church
บริเวณด้านหลัง Bryggen
ถนน Øvregaten ทางไป สถานี Fløibanen
อาคารขาวๆ ข้างหน้า คือ สถานี Fløibanen
สถานี Fløibanen เปิดถึงเที่ยงคืนเลยทีเดียว
สามารถซื้อตั๋วได้ที่เครื่องจำหน่ายตั๋ว
ราคาตั๋วไปกลับ 145 NOK ต่อคน
จากนั้นก็เดินเข้าไปด้านใน เอาตั๋วที่ได้แตะเครื่องกั้น แล้วเข้าไปเลือกที่นั่งได้เลย
ถ้าอยากถ่ายรูปวิว ตอนรถรางขึ้นด้านบน ให้นั่งแถวล่างสุด
วิวตอนรถรางกำลังขึ้นไปสถานีด้านบน
รถรางจะจอดสถานีอื่นๆ ระหว่างทางประมาณ 3 สถานี
ใช้เวลาประมาณ 10 นาที ก็ถึงสถานีด้านบนสุด
ข้อเสียของการนั่งแถวล่างสุด คือ ตอนเดินออกจากสถานี ต้องขึ้นบันไดหลายขั้นหน่อย
สถานีด้านบนสุด พื้นที่กว้างมาก
และไม่ได้มีแค่จุดชมวิว
ที่นี่มีทั้งคาเฟ่ ร้านอาหาร ลานกิจกรรม สนามเด็กเล่น พื้นที่เดินป่า
เราเดินเล่นอยู่บริเวณรอบๆ จุดชมวิว
ตามหาแพะด้วยอ่าาาาาาา ปกติเค้าจะปล่อยออกมาแถวนี้ แต่วันนี้ไม่ปล่อยยยยยยย
หลังจากเดินจนเมื่อยแล้ว ก็มานั่งพักตรงจุดชมวิว รอพระอาทิตย์ตก
พอมืดก็ได้เวลากลับ
อากาศข้างบนนี้หนาวมาก ลมก็แรง ต้องรีบเข้าไปพักในสถานี
พอลงมาสถานีด้านล่าง
ก็แวะหาอะไรกินก่อน
ครั้งนี้เลือก ร้านอาหารไทย ชื่อ Siam Ratree
วันนี้เราน่าจะได้กินอาหารไทยที่ราคาแพงที่สุดในชีวิตแล้ว
พนักงานเป็นคนไทย ก็เลยได้พูดคุยกันเยอะหน่อย
สั่งอาหารง่ายดีด้วย ปกติใช้เวลาเลือกนานมากกกกกก
อาหารมาไว เพราะลูกค้าน้อย
รสชาติเหมือนที่ไทยเลย แต่ต้มยำเผ็ดน้อยไปนิด
พนักงานบอกว่า ช่วงนี้คนในร้านจะน้อยกว่าปกติ เนื่องจากสงครามอิหร่าน
ซึ่งถ้าเป็นเหตุการณ์ปกติ ตอนนี้จะมีคนมากินข้าวเต็มร้านเลย
ไม่มีทางที่จะเดินเข้ามาแล้วได้ที่นั่งเลย
เออ จริง เพิ่งรู้สึกเหมือนกัน ว่าเราไปไหน ไม่ค่อยเจอนักท่องเที่ยวเลย ทุกที่ดูโล่งๆ หมด
ยอดจ่ายมื้อนี้คืออออออ 821 NOK ประมาณ 3,000 บาท
เป็นอาหารไทยที่แพงมาก และแพงสุดในทริปเลย 😵
จากนันก็เดินกลับโรงแรม
เนื่องจาก Bergen เป็นเมืองที่อยู่โซนทางใต้ของประเทศ
โอกาสเจอแสงเหนือจะน้อยกว่า Lofoten และ Tromsø ต้อง KP สูงๆ และฟ้าเปิดจริง ถึงจะเห็น
เราจึงไม่ได้คาดหวังการเห็นแสงเหนือที่เมืองนี้
ซึ่งจากสภาพท้องฟ้าคืนนี้ คาดว่า ต่อให้ KP สูง ก็น่าจะไม่เห็นแหละ 😶
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น